ราคาศัลยกรรมหน้าเรียว พร้อมวิธีทำหน้าเรียวง่ายๆ

    0
    14182
    ศัลยกรรมหน้าเรียว
    advertising

    ศัลยกรรมหน้าเรียว ราคา พร้อม 5 วิธีทำหน้าเรียวง่ายๆ

    ศัลยกรรมหน้าเรียว ราคา – เมื่อตอนนี้กระแสการมีใบหน้าเรียว ทรงวี เชฟ ในบ้านเรามาแรงซะเหลือเกินในสังคมไทยปัจจุบัน และเชื่อว่าก็คงจะมีสาวๆไทยส่วนใหญ่หลายๆคน ที่คิดอยากจะมีใบหน้าที่เรียวสวย เหมือนกับดารา ไอดอลที่ตัวเองชื่นชอบหลายๆคน และด้วยความต้องการเหล่านี้เอง ที่ได้ทำให้ธุรกิจสถานเสริมความงามต่างๆ ได้สนองตอบโจทย์คุณลูกค้าที่อยากมีใบหน้าเรียวสวยด้วยการนำเสนอวิธีการต่างๆมากมาย ที่จะช่วยในการทำให้ใบหน้าของคุณสาวๆ ได้มีความเรียวสวย โดยเริ่มตั้งแต่ราคาที่แสนถูกหลักสิบหลักร้อย ไปจนถึงราคาแพงมหาโหดหลักแสนหลักล้าน ซึ่งเราก็คงไม่สามารถแนะนำได้อีกว่า วิธีการใดดีที่สุด หรือวิธีการใดมีความคุ้มค่าที่สุด เพราะว่ามันขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณสาวๆมากกว่า ว่าคุณสาวๆต้องการที่จะได้เห็นผลที่รวดเร็ว ในราคาที่แสนแพงมาโหด หรือเห็นผลเร็วไม่เท่าแต่ในราคาที่ประหยัดกว่าหลายเท่า — วิธีทำให้หน้าเรียว

    ศัลยกรรมหน้าเรียว ราคา มาดูกันว่าศัลยกรรมหน้าเรียวราคาเท่าไหร่

    และสำหรับวันนี้ เราก็จะขอพาสาวๆ ให้ได้ไปทำความรู้จักกับศัลยกรรมหน้าเรียว และ วิธีทำให้หน้าเรียวแบบต่างๆ ที่จะสามารถช่วยให้ใบหน้าของคุณสาวๆเรียวขึ้น รวมถึงมาดูกันว่าศัลยกรรมหน้าเรียว ราคาเท่าไหร่ ซึ่งแต่ละวิธีก็มีราคาแตกต่างกันไปตามรูปแบบและผลลัพธ์


    1. การผ่าตัดกราม

    การทำวิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาช่วงกรามใหญ่จนเกินไป จนทำให้ใบหน้านั้น ดูไม่ได้สัดส่วนที่สวยงามตามที่เราต้องการ ซึ่งการผ่าตัดกรามนั้นมีราคาค่าใช้จ่าย ขั้นต้นนั้นอยู่ที่ประมาณ 55,000 บาท ขึ้นไป


    2. การฉีดโบท็อก

    วิธีนี้ศัลยกรรมหน้าเรียววิธีนี้ เป็นการที่ต้องฉีดสาร BOTOX ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นโปรตีนที่มีความบริสุทธิ์ ไปตรงส่วนบริเวณกราม เพื่อให้สารตัวนี้เข้าไป ช่วยลดกราม เพื่อทำการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวและสวยมากขึ้น ซึ่งการฉีดโบท็อกนั้นมีค่าใช้จ่าย ราคาขั้นต่ำเริ่มที่ประมาณครั้งละ 4500 บาทขึ้นไป และการฉีดโบท็อกนั้น จะต้องมีการฉีดอยู่เป็นประจำอย่างสม่ำเสมออีกด้วย ประมาณ 5-7 เดือน ครั้ง ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสารโบท็อกที่ใช้ฉีด

    ศัลยกรรมหน้าเรียว ราคาเท่าไหร่


    3. การดึงหน้า

    วิธีนี้ยกตัวอย่างเช่น การทำ Ulthera หรือการยกกระชับใบหน้านั่นเอง ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีการช่วยยกกระชับใบหน้า ดึงใบหน้าและทำการปรับรูปหน้าของเราให้เรียว โดยที่ไม่ต้องทำการผ่าตัดแม้แต่น้อย ซึ่งการใช้วิธีการดังกล่าวในการทำใบหน้าของเราให้มีความเรียวนั้น ก็มีค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นทำการดึงหน้า ที่ครั้งละมากกว่า 15,000 บาทขึ้นไป


    4. การฉีดแก้มหรือเมโสแฟต

    วิธีศัลยกรรมหน้าเรียววิธีนี้เหมาะมากสำหรับคนที่มีไขมันบริเวณช่วงแก้มเยอะ หรือมีใบหน้าที่ค่อนข้างจะกลมและใหญ่ การฉีดแก้มหรือเมโสแฟต เป็นการฉีด เพื่อทำการช่วยลดไขมันในส่วนของบริเวณแก้มลงมา ซึ่งมันจะสามารถช่วยให้ปรับใบหน้าของเราให้เล็กลง ซึ่งการทำวิธีนี้มีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณครั้งละ 1,000 บาท และการฉีดแก้มหรือเมโสแฟตนั้นจะต้องได้รับการฉีดเป็นประจำทุกๆสัปดาห์กันเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นการศัลยกรรมหน้าเรียว ราคาค่อนข้างแพงเลยหละ

    ศัลยกรรมหน้าเรียว เท่าไหร่ดี


    5. ฉีดฟิลเลอร์เสริมคาง

    วิธีนี้ได้รับความนิยมกันมากในหมู่ดาราไทยปัจจุบัน ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์เสริมคางเป็นการช่วยแก้ไขหรือเติมเต็มความบกพร่องของผิวบริเวณคาง โดยทำการฉีดสาร Hyaluronic acid (ไฮยาลูรอนิค แอซิด) เข้าไปบริเวณคาง เพื่อทำการเสริมปริมาณกล้ามเนื้อบนใบหน้า ทำให้ใบหน้าของเราดูเรียวมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์เสริมคางนั้นมีราคาค่าใช้จ่ายขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 4,500 บาทขึ้นไป วิธีศัลยกรรมหน้าเรียวแบบนี้ไม่ได้เป็นการลดส่วนได้ แต่เป็นการเพิ่มหน้าให้ยาวขึ้น ทำให้ใบหน้าดูเรียวมากขึ้นนั่นเอง


    6. การร้อยไหมละลาย

    วิธีนี้เป็นการศัลยกรรมใบหน้าของเราให้เรียวขึ้นด้วยการร้อยไหมละลายชนิดหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า PDO (Polydioxolane) ซึ่งเรียกว่าเป็นเทคนิคที่ได้มาจากประเทศเกาหลี โดยทำการฉีดเข้าไปบริเวณใต้ผิวหนังของบริเวณใบหน้า เพื่อทำการกระตุ้นในการสร้างคอลลาเจน และอิลาสติน ซึ่งการร้อยไหมละลายนั้นมีค่าใช้จ่ายจะตกอยู่ที่ราคาไหม โดยปกติแล้ว ไหมราคาเส้นละ 500-2,500 บาท และโดยส่วนใหญ่แล้วการร้อยแต่ละครั้ง จะต้องมีการใช้ไหมจำนวนไม่น้อยกว่า 10 เส้นขึ้นไป ซึ่งผลลัพธ์ของการศัลยกรรมหน้าเรียวแบบนี้นั้นจะอยู่ได้นานถึง 2-5 ปีเลยทีเดียว

    ศัลยกรรมหน้าเรียวแพงไหม


    7. การจัดฟันหรือดัดฟัน

    advertising

    วิธีนี้ได้รับการยอมรับอย่างทั่วโลกว่าการทำการจัดฟันนั้น สำหรับบางคนจะทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลงได้ ซึ่งในทางการแพทย์ก็ไม่ได้แนะนำให้ทำการจัดฟันเพื่อต้องการปรับให้โครงหน้าเรียวเล็ก ถ้าหากคุณไม่มีปัญหาเกี่ยวกับฟันจริงๆ โดยขอแนะนำให้ใช้วิธีอื่นๆจะดีกว่า และสำหรับราคาค่าใช้จ่ายในการจัดฟันหรือดัดฟันนั้น ขั้นต้นก็ตกอยู่ทีประมาณ 30000-50000 บาท เลยทีเดียว แต่ผลลัพธ์นั้นอยู่ไปตลอดชีวิต (แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างดีด้วย)


    8. ลูกกลิ้งนวดหน้าเรียวของญี่ปุ่น

    วิธีการทำแบบนี้ เป็นการนำลูกกลิ้งมานวดบริเวณใบหน้าของเรา ซึ่งให้นำลูกกลิ้งดังกล่าวมาถูไปมาที่บริเวณคางและแก้ม โดยให้ถูขึ้นลงเสมือนเป็นการออกกำลังกายใบหน้าอย่างเป็นประจำ โดยทำการนวดเพียงวันละ 15-30 นาที ก็จะช่วยให้ใบหน้าของเราดูเรียวขึ้นได้ ซึ่งลูกกลิ้งนวดหน้าเรียวของญี่ปุ่นนั้น เราสามารถหาซื้อได้ในราคาไม่แพง โดยราคาอยู่ที่ประมาณอันละ 180 บาทเท่านั้น


     9. การใช้เข็มขัดรัดหน้าเรียว

    การใช้เข็มขัดรัดหน้าเรียว เพิ่งจะกำลังเป็นที่เผยแพร่ในไม่กี่ปีที่ผ่านมาเท่านั้น โดยนิยมเป็นอย่างมากที่ประเทศ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งส่วนตัวแล้วยังไม่เคยได้ลอง แต่กูรูหลายๆท่านบอกว่า เข็มขัดนั้น เป็นวิธีที่ได้ผลจริง และ เห็นผลชัดเจน โดยการใช้เข็มขัดรัดหน้าเพียงประมาณวันละ 30 – 60 นาทีเท่านั้น และราคาก็ไม่แพงมากตกอยู่ที่ 300 – 400 บาท แต่ต้องใช้ระยะเวลาการใช้เข็มขัดอย่างต่อเนื่องถึงจะได้ผลอย่างชัดเจน สำหรับเข็มขัดรัดหน้าในเมืองไทยนั้นยังไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่ แต่เชื่อว่าอีกไม่นาน คงเห็นคนใช้กันเยอะแน่ๆ

    เข็มขัดหน้าเรียว


    วิธีทำให้ใบหน้าเรียวง่ายๆด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเสียเงินราคาศัลยกรรม

    นอกจากหลากหลายวิธีในการทำให้ใบหน้าเรียวเล็กลงแล้ว ก็ยังมีอีกหลายๆวิธีที่จะสามารถเข้ามาช่วยทำให้เบ้าหน้ากลมๆของสาวไทยหลายๆคน ดูเรียวและสวยขึ้นได้ด้วยตัวคุณเอง อีกทั้งยังไม่ต้องไปเสี่ยงอันตรายจากการใช้วิธีการที่ไม่เป็นธรรมชาติอีกด้วย ซึ่งวิธีอื่นๆนั้นก็มีเทคนิคง่ายๆดังต่อไปนี้ครับ ศัลยกรรมหน้าเรียว ราคา

    ศัลยกรรมหน้าเรียว สวยเลย


    1. การนวดหน้าให้เรียว

    วิธีนี้เป็นวิธีการบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าอย่างง่ายๆ โดยทำได้ด้วยตัวคุณเอง ซึ่งมีวิธีการทำดังตอไปนี้

    • นวดกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผาก โดยใช้นิ้วนางและนิ้วกลาง ไล่นวดบริเวณกึ่งกลางหน้าผาก จากนั้นแล้วค่อยๆนวดวนขึ้นเป็นแนวขดลวด โดยนวดข้นลงเบาๆ นวดไปจนถึงขมับ 6 จังหวะ ซึ่งให้ทำซ้ำกันสามครั้ง
    • ใช้นิ้วกลางและนิ้วนาง นวดเบาๆแถวๆบริเวณใต้รอบดวงตา โดยทำการนวดเริ่มจากแนวโครงกระดูกบริเวณเบ้าตาล่าง แล้วนวดวนไปวนมาเพียงๆเบาๆ จำนวนสามครั้ง
    • นวดกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม ซึ่งทำการนวดโดยการใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างเริ่มนวดจากบริเวณมุมปากของเรา ในลักษณะแบบที่ยกผิวขึ้นเป็นมุมกว้าง แล้วจากนั้นให้นิ่งเอาไว้เป็นเวลาประมาณ 5 วินาที แล้วค่อยๆลูบลงมา ในวิธีการนี้ให้ทำให้ครบ 3 ครั้ง
    • นวดกล้ามเนื้อบริเวณมุมปาก โดยให้ใช้ปลายนิ้วของเราทั้งสองข้าง เริ่มนวดจากบริเวณกึ่งกางของคาง ขึ้นไปที่ตรงบริเวณมุมปากของเรา โดยนวดในลักษณะยกขึ้น และทำการนวด 3 ครั้ง
    • นวดบริเวณรอบดวงตา เพียงใช้นิ้วกลางและนิ้วนาง กดทับผิวบริเวณหัวตาของเราทั้งสองข้างเพียงเบาๆ โดยกดข้างละประมาณ 5 วินาที แล้วให้ลูบผ่านไปที่เปลือกตา แล้วไปกดที่บริเวณขมับ วิธีการนวดบริเวณรอบดวงตานั้น เราควรทำเป็รประจำสม่ำเสมอเพื่อผ่อนคลายใบหน้าของเรานั่นเอง

    2. ใช้เทคนิคการแต่งหน้า

    โดยการนำเอาบรอนเซอร์ และบลัชออนของเรา ที่มีโทนชมพูสวยๆ เอามาช่วยใช้ในการแต่งหน้า โดยใช้บลัชออนสีชมพูอมเบจ ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีสีอ่อนกว่าบรอนเซอร์ โดยนำมาทาที่บริเวณโหนกแก้มด้านบนของเราหลังจากนั้นก็ให้เราดูดแก้มเข้าไป จนเกิดเป็นรอยบุ๋มบริเวณแก้ม แล้วจึงทำการปัดบรอนเซอร์ที่มีสีค่อนข้างเข้มกว่าบรัชออนลงไปบนแก้มของเรา พร้อมทั้งเริ่มทำการเกลี่ยทั้งบรอนเซอร์และบรัชออน ซึ่งการทำแบบนี้ก็เพื่อให้ใบหน้าของเรานั้นดูแล้วกลมกลืนมากขึ้น และที่สำคัญเราจะต้องควรระวังอย่าให้เห็นเป็นขอบที่เป็นแนวมีความชัดเจนเป็นพิเศษอีกด้วยนะครับ


    3. ทรงผม

    วิธีนี้เป็นการใช้ทรงผมของเราเพื่อทำการช่วยในการอำพรางใบหน้าของเราให้มีความเรียวเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง โดยคุรอาจจะเริ่มจากการตัดผม โดนตัดให้เป็นทรงผมม้า เพื่อให้ผมมีความยาวแค่ระดับคิ้วของเรา หรือจะทำการซอยผม เพื่อทำการไล่ระดับของทรงผมของเราให้อยู่ที่ประมาณใบหู แล้วจึงค่อยใช้ลูกเล่นๆต่าง หรือเพิ่มรายละเอียดต่างๆเข้ามา ในบริเวณส่วนครึ่งบนของศีรษะของเราด้วยการ แทนที่ทรงผมเดิม ซึ่งจะมีเพียงความยาวเท่านั้นที่อยู่ในระดับเดียวกันหมด วิธีนี้สามาระช่วยให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลงได้อย่างเห็นได้ชัด หรือคุณอาจจะลองถามช่างตัดผมดูก็ได้เลยว่า ผมทรงไหนที่มันมีความเหมาะสมและสามารถช่วยให้ใบหน้าของคุณนั้นดูเรียวขึ้นได้


    4. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

    วิธีนี้เป็นวิธีที่สำคัญมากๆเลยทีเดียว แค่คุณพยายามเลิกทานอาหารที่มันเคี้ยวค่อนข้างจะยาก ซึ่งอาหารประเภทนี้มันจะทำให้กรามของคุณใหญ่ขึ้นมากๆ ซึ่งอาหารที่ว่าก็คือ เนื้อสัตว์ และขนมขบเคี้ยวต่างๆ เป็นต้น แล้วให้หันมาลองทานผักผลไม้แทน พร้อมทั้งให้คุณเลิกดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และอาหารที่มีรสชาติเค็ม เพราะนี่แหละครับคือสาเหตุที่ทำให้ใบหน้าของเราเกิดอาหารบวมได้นั่นเอง

    ศัลยกรรมหน้าเรียว จริงๆ


    5. ออกกำลังกายเป็นประจำ

    วิธีนี้เรียกว่าสำคัญเป็นอันดับแรกๆเลยก็ว่าได้ โดยออกกำลังกายเป็นประจำนั้นจะต้องทำควบคู่กับการควบคุมอาหาร ซึ่งเป็นการที่จะช่วยสลายไขมันที่มันสะสมอยู่ ในใบหน้าของเรา (รวมทั้งทุกๆส่วนของร่างกาย) ให้หมดไป อีกทั้งยังสามารถช่วยทำให้ผิวพรรณของเราดูเปล่งปลั่ง สดใส กระชับ มีน้ำมีนวล และไม่เหี่ยวย่นอีกด้วยครับ

    advertising

    เพิ่มความคิดเห็นของคุณลงใน "Patcharapa" เว็บไซต์ของ "วัยรุ่นหน้าใส"

    แสดงความคิดเห็น