ทำยังไงให้หน้าใส กับ 101 วิธี ได้ผลจริง

0
6011
ทำยังไงให้หน้าใส
advertising

101 วิธี ทำยังไงให้หน้าใส แบบได้ผลจริง

ทำยังไงให้หน้าใส re-born

101.ทำยังไงให้หน้าใส สำหรับรอยแผลลึกจากสิวอักเสบ การลอกผิวด้วยเคมีจะช่วยลดและลบรอยด่างของผิวได้


100. ถ้าคุณมีปัญหาสิวฮอร์โมนจากการมีรอบเดือน ให้ลดแอลกอฮอล์ (ทั้งดื่มและทา) คุณจะเห็นผลที่แตกต่าง


99. ปัญหาใหญ่ก็คือ การนอนโดยไม่ได้ล้างเมคอัพ อย่างน้อยคุณควรมีแผ่นเช็ดเครื่องสำอางไว้ข้างหัวนอน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดสิวใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้น


98. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ อุดมด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ ทั้งยังมีน้ำตาลน้อย ทำให้ค่าน้ำตาลในเลือดไม่ขึ้น น้ำตาลเป็นตัวกระตุ้นการเกิดสิวอย่างดี ดังนั้น กินเบอร์รี่ช่วยลดความเสี่ยงกันดีกว่า


97. ออกกำลังกายสำคัญต่อสุขภาพผิวกายตรงที่ช่วยคงสภาพผิวให้ใสและแข็งแรง ดอกเตอร์เอวา ชัมบัน แนะนำให้ออกกำลังกายวันละ 15 นาทีเพื่อให้ร่างกายได้ขับสารพิษและบำรุงซ่อมแซมผิว


96. ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF จะช่วยป้องกันริ้วรอยและจุดด่างดำ และครีมลดเลือนจุดด่างดำประเภทdark spot correctors ช่วยลดจุดต่างดำที่สะสมมานานได้เช่นกัน


95. ถ้าคุณจะออกกำลังกาย ต้องล้างหน้าทั้งก่อนและหลังออกกำลังเสมอ การออกกำลังทั้งเมคอัพจะยิ่งทำให้เกิดการอุดตัน ดังนั้น ไม่แต่งหน้าและล้างหน้าให้สะอาดทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย


94. ความชุ่มชื่นคือหัวใจสำคัญ หากผิวขาดน้ำก็จะเกิดสิว เนื่องจากเมื่อผิวแห้งจะขับไขมันออกมามากเกินจำเป็น ดังนั้น ดื่มน้ำให้มากเข้าไว้


93. หากสิวขึ้น และคุณต้องการจำกัดให้เร็วที่สุด ลองทรีทเมนต์แต้มเฉพาะจุดบางยี่ห้อที่มีขายใน 7-11 ดู (ไม่ขอโฆษณาแบรนด์นะครับ) สิวจะยุบภายใน 12 ชั่วโมง


92. เกรพฟรุต (หรือพวกพีชชนิดองุ่น) ก็มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ไม่น้อย ดังนั้น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเกรพฟรุตจะช่วยให้รู้สึกสะอาดและสดชื่นตลอดวัน


91. การกำจัดสิวตามร่างกาย ต้องหลีกเลี่ยงการหมักเหงื่อ คือต้องอาบน้ำด้วยสบู่ที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก และต้องอาบหลังออกกำลังกายทันที เพื่อป้องกันการอุดตันในรูขุมขน


90. หากคุณจะบีบสิวละก็ ทำให้ถูกวิธี โดยล้างมือและเช็ดมือและเข็มเล็กๆด้วยแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ และสะกิดที่หัวสิวสีขาวๆแค่พอให้เกิดรอยรั่ว ใช้สำลีกดด้านข้างสิวจนของเหลวไหลออกมาหมด แล้วปิดด้วยพลาสเตอร์ยา


89. น้ำมันจากผมอาจติดที่หมอนขณะคุณหลับ ดังนั้น ควรเปลี่ยนปลอกหมอนสัปดาห์ละครั้ง


88. สารสกัดจากโรสวอเตอร์ทำให้ผิวเกิดสมดุลและผ่อนคลาย และเหมาะกับทุกสภาพผิว และช่วยลดการระคายเคืองและรอยแดงที่อาจเกิดขึ้นได้


87. การสูบบุหรี่ ทำให้ผิวหมองคล้ำ และเป็นสาเหตุของแผลพุพอง ริ้วรอยเหี่ยวย่น เลิกบุหรี่ (แล้วคุณจะขอบคุณบทความนี้ในไม่ช้า)


86. ขณะเป็นสิว พยายามอย่าแกะ เขี่ย สัมผัสสิว สิ่งสกปรกและน้ำมันจากนิ้วของคุณจะทำให้ทุกอย่างแย่ลงเมื่อเจอแบคทีเรียในสิว และเสี่ยงต่อการติดเชื้อซึ่งจะเกิดแผลเป็นตามมาในที่สุด


85. พยายามใช้ครีมจากหลอดแทนกระปุก เพราะแบคทีเรียจากนิ้วจะสะสมอยู่ในกระปุกและแบ่งไปติดที่หน้าคุณด้วย หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆให้ใช้สำลีหรือผ้าก๊อซตักแทน


84. ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Benzoyl peroxide (เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์) จะช่วยลดสิว และมีอายุ 3 เดือนหลังเปิดใช้ ดังนั้นกลับไปสังเกตที่บรรจุภัณฑ์ที่คุณใช้ หากเกินกำหนดแล้วควรซื้อใหม่


83. หากคุณเครียด จะแสดงออกทางผิวหนังด้วย ลองใช้ Kiehl’s Skin Rescuer เพื่อลดรอยแดงและริ้วรอยแห่งวัย


82. หลังการรักษาผิวหน้าจากคลินิก ให้หลีกเลี่ยงแสงแดดสักสองสามวันเพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคืองของผิวหนัง


81. การบำรุงและซ่อมแซมผิวขณะหลับก็สำคัญครีมที่มีส่วนผสมของวีตามินซีดู จะช่วยให้คุณตื่นขึ้นมาพร้อมความสดชื่น


80. สำหรับสิวที่มีอาการรุนแรง พบแพทย์ผิวหนังเพื่อฉีดคอร์ติโซนเพื่อช่วยลดการอักเสบเฉพาะที่ – ทำยังไงให้หน้าใส


79. หากคุณเป็นพวกผิวแห้ง ควรใช้ออยล์แทนโลชั่น ซึ่งจะช่วยเก็บกักความชุ่มชื่นของผิวตลอดวันได้ดีกว่า


78. สครับผิวสัปดาห์ละอย่างน้อย 2 ครั้ง หากไม่มีเวลาทำทุกวัน สำหรับผิวที่บอบบางไวต่อสารเคมี ให้ใช้สครับชนิดอ่อนโยนต่อผิว ซึ่งสามารถใช้ได้บ่อยโดยไม่ระคายเคือง


77. หากคุณมีอาการระคายเคือง ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ผสมนมแพะ เพราะในนมแพะมีค่า pH คงที่ซึ่งไม่มีกรดหรือเบสมากหรือน้อยเกินไป จึงไม่อันตรายต่อผิว


76. ความเชื่อผิดๆที่ว่า การทาวาสลีนก่อนนอนไม่ได้ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัยนั้น ความจริงคือ การทาวาสลีนบางๆบนผิวหมาดก่อนนอน จะช่วยเก็บกักน้ำในผิว และทำให้ผิวนุ่มขึ้นในเช้าวันใหม่


75. การกินชอกโกแลตมากเกินไปอาจกระตุ้นให้เกิดสิวได้ เนื่องมาจากน้ำตาลในชอกโกแลต หรือ การกินชอกโกแลตก่อนรอบเดือนแล้วสิวขึ้นนั้น ความจริงอาจมาจากธรรมชาติของฮอร์โมนได้เช่นกัน


74. จากการใช้โบทอกซ์ในการรักษาสิว สามารถควบคุมความมันและลดขนาดของรูขุมขนได้


73. ขณะที่ความเครียดส่งผลร้ายต่อผิว การออกกำลังกายจะช่วยลดความเครียดและลดสิว ดังนั้น ให้การออกกำลังเป็นหนึ่งในกิจวัตรของคุณ เพื่อสู้กับความเครียดและสร้างผิวสวยใสในคราวเดียว


72. ควรเลี่ยงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม โดยเฉพาะผู้ที่ผิวแห้ง ยิ่งทำให้แห้งมากขึ้นและเป็นขุยได้


71. ควรเลี่ยงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ผสมน้ำหอม ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้าหรือผิวกาย น้ำหอมทำให้เกิดการระคายเคือง เป็นรอยแดงและแพ้ได้


70. อย่าให้ครีมกันแดดมันๆเหนียวๆเป็นข้ออ้างในการไม่ทาครีมของคุณ ลองครีมกันแดดชนิดไม่มันเหนอะหนะของ Shiseido’s Urban Environment UV Protection Cream SPF 30 เพื่อป้องกันรังสียูวีแทน


69. ถ้าคุณเป็นเจ้าแม่ DIY ใช้นมสดในตู้เย็นบำรุงผิวให้เนียนนุ่มสิ มาสก์หน้าด้วยผ้าสะอาดชุบนมสด ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก สำหรับผิวกาย ผสมนมหนึ่งถ้วยลงในอ่างอาบน้ำ


68. ครีมกันแดดไม่ได้มีไว้ใช้แค่เวลาไปทะเล บทความจาก the New England Journal of Medicine พบว่า การถูกแสงแดดผ่านกระจก เช่น หน้าต่างออฟฟิศ สามารถสร้างความเสียหายให้ผิวของคุณได้


67. สำหรับการทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นพร้อมๆกับการกระชับรูขุมขนนั้น ลองใช้วิธีกรอผิวที่เรียกว่า microdermabrasion treatment ซึ่งดีกว่าการลอกผิววิธีอื่น


66. สำหรับสาวผิวซีดการใช้เทคนิคการแต่งหน้าที่ถูกต้องจะช่วยให้ผิวกระจ่างใสมีมิติ


65. ในบรรดากิจวัตรในยามเช้านั้น ควรทำผมก่อนเมคอัพ มิฉะนั้นความร้อนจากการเป่าผมจะทำให้เมคอัพละลายไปอุดตันในผิว และเสี่ยงต่อการเกิดสิวใหม่


64. หากคุณเจอขนคุด (ขนใต้ผิว)บนใบหน้า ให้ประคบร้อนเพื่อขยายรากขนสัก 10 นาทีและทำให้ขนอ่อนนุ่ม จากนั้นใช้แหนบถอนออก แล้วล้างหน้าให้สะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ


63. หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าระหว่างวัน เพราะแบคทีเรียจะสะสมอยู่ทุกที่ที่มือสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นคีย์บอร์ด โทรศัพท์ ปุ่มกดในลิฟต์ เมนูอาหาร แบคทีเรียเหล่านั้นจะกระจายไปทั่วใบหน้าทันทีที่คุณสัมผัส อดทนไว้แล้วคุณจะเห็นว่าสิวลดลง


62. เติมน้ำมันมะพร้าวลงในมื้ออาหารเพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นและทำให้ผิวเรียบเนียน มิรันดา เคอร์ (นางแบบหวานใจของนายออลันโด บลูม) การันตีเทคนิคนี้


61. และมีคำกล่าวว่า น้ำมันมะพร้าวผสมเบกกิ้งโซดาใช้สครับผิวบริเวณที่เป็นโรคเรื้อนกวางได้อีกด้วย


60. ไวน์ช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากการทำร้ายของรังสียูวี เพราะฉะนั้น มาดื่มไวน์กัน


59. ชาเขียว อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและมีสารต้านการอักเสบที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ดื่มให้ได้วันละหนึ่งถ้วยขณะร้อน


58. เพื่อลดการเกิดสิวในหน้าร้อน ลดจำนวนครีมที่คุณใช้ลง แล้วเลือก tinted moisturizer ที่มี SPF ด้วย คุณจะได้ 3 คุณสมบัติในหนึ่งเดียวนั่นคือ กันแดด สีผิวสว่างสม่ำเสมอ และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น


57. วิตามินอีช่วยรักษาแผลเป็น หากใช้มากไปจะมันมาก ควรใช้แต่น้อยก่อนนอน เพื่อให้วิตามินทำงานอย่างมีประสิทธิภาพตลอดคืน – ทำยังไงให้หน้าใส


56. เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงสกินแคร์ของคุณก็ต้องเปลี่ยนเช่นเดียยวกัน ครีมเนื้อแน่นในหน้าหนาวก็ควรเปลี่ยนเป็นมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบาในหน้าร้อน เพื่อลดการใช้ผลิตภัณฑ์เกินจำเป็น


55. ฝึกล้างหน้าตอนเช้าและก่อนนอนให้เป็นนิสัย หากคุณไม่เคยทำให้ตั้งเวลาเตือน 3 สัปดาห์เต็ม หลังจากนั้นการล้างหน้าทั้งสองเวลาจะกลายเป็นกิจวัตรของคุณไปโดยธรรมชาติ


54. การใช้ retinoids ตามแพทย์สั่ง (อนุพันธ์ของวิตามินเอระดับเข้มข้น) ก่อนนอนจะช่วยป้องกันสิวและจุดด่างดำ และยังช่วยซ่อมแซมผิวเสียตลอดคืนได้ด้วย


53. ให้โยคะหรือกิจกรรมผ่อนคลายอื่นๆช่วยลดความเหนื่อยล้าและความตึงเครียดในแต่ละวัน เนื่องจากความเครียดเป็นสาเหตุใหญ่ในการเกิดสิว ดังนั้นจึงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อลดความเครียดให้ได้


52. หาทรีทเมนต์แต้มจุดด่างดำไม่ได้? ลองใช้ทีทรีออยล์แต้มก่อนนอน คุณจะพอใจกับผลลัพธ์ในตอนเช้าอย่างแน่นอน


advertising

51. ทำความสะอาดแว่นตาและแว่นกันแดดด้วยแอลกอฮอล์ เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นเหตุแห่งสิวก่อนที่สองสิ่งนี้จะอยู่บนหน้าคุณ


ทำยังไงให้หน้าใส


50. หากคุณไว้ผมม้าหรือมีผมปรกหน้าผาก คุณย่อมเจอกับสิวบนหน้าผากบ่อยกว่าบริเวณอื่น เนื่องมาจากน้ำมันส่วนเกินในผม ถ้าคุณชอบสระผมสองวันครั้งหรือเอาผมหน้าขึ้นเฉพาะเวลาสระผมละก็ คุณจำเป็นต้องสระผมทุกวัน


49. การค้นหาว่าคุณมีผิวประเภทไหน คุณจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการดูแลผิวประเภทนั้นๆด้วย เพราะผิวแต่ละชนิดไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวธรรมดา ผิวมันหรือผิวผสม ต่างก็ต้องการการบำรุงด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเฉพาะ


48. ทำความสะอาดแปรงเมคอัพทุกๆสองสัปดาห์ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่แบคทีเรียสะสมเป็นจำนวนที่น่ากลัวทีเดียว ยิ่งปล่อยแปรงไว้นานเท่าไร แบคทีเรียก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆบนหน้าคุณ และนั่นเป็นเหตุให้เกิดสิว ใช้น้ำอุ่นและสบู่กำจัดแบคทีเรียอย่างอ่อนในการทำความสะอาด และวางในแนวราบเพื่อไม่ให้เสียรูปทรง


47. อย่าล้างหน้าบ่อยเกินไป การล้างหน้าทำให้หน้าสะอาดก็จริง แต่การล้างอย่างรุนแรงหรือบ่อยเกินไปจะทำให้เกิดการระคายเคืองและเกิดผลร้ายมากกว่าผลดี


46. หลีกเลี่ยงรองพื้นที่ผสมออยล์ รวมถึงเครื่องสำอางอื่นๆด้วย เนื่องจากออยล์ทำให้เกิดการอุดตันและสิว


45. เพิ่มเติมหลังการล้างหน้า ใช้โทนเนอร์สำหรับผู้ที่มีผิวมัน จะช่วยกำจัดเครื่องสำอางตกค้างและแบคทีเรียได้ และผิวคุณจะสดชื่นขึ้น


44. หลีกเลี่ยงอาหารฟาสต์ฟู้ดและของทอด ไขมันไม่ได้ทำให้เกิดสิวในทันที แต่จะสะสมไปเรื่อยๆและค่อยๆแสดงอาการออกมาทีละน้อย


43. ในทำนองเดียวกันกับอาหารฟาสต์ฟู้ด หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลอยู่มาก เช่น น้ำที่ผสมน้ำผลไม้หรือโซดา น้ำตาลที่เกินความจำเป็นเหล่านี้ไม่ได้สร้างประโยชน์ใดกับตัวคุณ


42. หากคุณสระผมวันเว้นวัน ให้มัดผมนอน หรือไม่ให้ผมโดนหน้าคุณขณะนอน เพื่อลดการให้ใบหน้าสัมผัสกับน้ำมันส่วนเกินจากเส้นผม


41. สำหรับผิวที่มีการระคายเคือง ให้ถูด้วยน้ำแข็งก้อนวันละสองสามนาที จะช่วยบรรเทาอาการแพ้ รอยแดงหรือรอยไหม้ได้


40. อย่าทำเพียงแค่ล้างหน้าและบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ แต่ควรดูแลผิวทุกตารางนิ้วของคุณ – ทำยังไงให้หน้าใส


39. สาเหคุหนึ่งของสิวที่ผิวกายและบริเวณหัวไหล่ อาจอยู่ที่สายบราที่รัดแน่นเกินไป ดังนั้น ผ่อนสายบราเล็กน้อย เพื่อให้ผิวหายใจสะดวกขึ้นและลดการเกิดสิวในบริเวณนั้น นอกจากนั้น ต้องแน่ใจว่าคุณไม่ได้แพ้เพราะเนื้อผ้าจากบรานั้นด้วย


38. ผลิตภัณฑ์ที่ผสมอัลมอนด์ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวและทำให้รอยดำจางลงได้ ดังนั้น คราวหน้าอย่าลืมซื้อครีมบำรุงผิวที่ผสมอัลมอนด์


37. ถ้าคุณมีผิวบอบบาง ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบการแพ้ เพื่อลดปัญหาการแพ้ยาซึ่งอาจเกิดขึ้นในอนาคต


36. ไปสปาผิวนานๆครั้ง การที่คุณได้ผ่อนคลาย และการปรนนิบัติผิวอย่างเต็มที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นคนใหม่เลยทีเดียว


35. แน่ใจว่าคุณใช้เวลานอนอย่างน้อย 7 ชั่วโมง การอดนอนสร้างความเสียหายให้ผิวได้ ในทางกลับกัน การนอนอย่างเพียงพอในแต่ละคืนทำให้ร่างกายซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวอย่างเต็มที่ ซึ่งทำให้ผิวใสปิ๊ง


34. มือถือของคุณมีแบคทีเรียมากกว่าฝารองนั่งในห้องน้ำเสียอีก การแนบโทรศัพท์กับใบหน้าขณะคุยจะทำให้เกิดสิวจำนวนมาก ดังนั้น ทำความสะอาดมือถือด้วยแผ่นฆ่าเชื้อ และใช้ลำโพงหรือหูฟังเมื่อต้องใช้โทรศัพท์เพื่อหลีกให้ไกลจากสิว


33. การใช้เครื่องสำอางผสมแร่ธาตุอย่างซิงค์ออกไซด์ จะช่วยต่อสู้กับสิวได้แทนที่จะใช้เครื่องสำอางชนิดอื่นที่อุดตันได้ง่ายกว่า อย่าลืมมองหารองพื้นที่ผสมซิงค์ออกไซด์สำหรับการซื้อครั้งต่อไปด้วย


32. และถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาไม่ชอบดื่มน้ำระหว่างวันละก็ ให้วางน้ำเต็มแก้วไว้ข้างหัวนอนและดื่มทันทีที่ตื่นนอนเพื่อเติมความชุ่มชื่นเมื่อเริ่มวัน ผิวที่ได้รับน้ำจะกระจ่างใสกว่าเดิม


31. พกกระดาษซับมันไว้เสมอ ให้พร้อมใช้ทุกที่ระหว่างวัน เพื่อควบคุมความมันส่วนเกินและทำให้หน้าสว่างใสไปได้หลายชั่วโมงทีเดียว กว่าจะถึงเวลาล้างหน้าในตอนเย็น


30. อย่าไปกลัวมอยส์เจอไรเซอร์หากคุณหน้ามัน เพราะถ้าคุณแต่งหน้าบนผิวที่แห้งยิ่งจะทำให้ผิวแห้งและเป็นขุย ดังนั้นใช้มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบาเพื่อทำให้ทุกอย่างบนใบหน้าเรียบเนียน


29. ไอน้ำและความร้อนทำให้รูขุมขนเปิดกว้าง ขณะที่น้ำเย็นและอากาศจะทำให้รูขุมขนปิด อย่าแต่งหน้าหลังอาบน้ำอุ่น เพราะผิวจะดูดซึมเครื่องสำอางมาเต็มๆและอัดแน่นจนอุดตัน รอสัก 10-15 นาทีให้รูขุมขนปิดก่อนแต่งหน้า – ทำยังไงให้หน้าใส


28. พักผิวโดยการไม่แต่งหน้าเป็นเวลาหนึ่งวันในรอบสัปดาห์ เพื่อให้ผิวได้หายใจบ้าง


27. ทิ้งเครื่องสำอางหลังใช้แล้ว 6 เดือน เพราะเครื่องสำอางเหล่านั้นจะมีแบคทีเรียสะสมอยู่ในปริมาณที่ทำให้เกิดสิวได้


26. อย่าใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้าและมือปนกัน ความสกปรกที่ติดอยู่บนผ้าหลังเช็ดมือไม่ควรจะไปอยู่บนหน้าคุณอีก ดังนั้น แยกใช้ผ้าขนหนูของคุณให้ดี


25. งดลูกอมทุกชนิด น้ำตาลที่ร่างกายได้รับจะค่อยๆแสดงออกมาในรูปของสิว ดังนั้น กินสแน็ก [เพื่อสุขภาพดีกว่า]


24. แม้คุณจะอยู่ในที่ร่มหรือในบ้าน ก็ควรจะทาหน้าด้วยครีมกันแดดที่มี SPF เสมอ แสงจากหลอดไฟ หรือจอภาพที่ส่องหน้าคุณทั้งวัน สามารถทำร้ายผิวได้


23. มาสก์หน้าสัปดาห์ละครั้ง และอย่าใช้บ่อยเกินไป


22. การนั่งใกล้แลปทอปและการปล่อยผมปรกหน้า ทำให้เกิดสิวได้ ดังนั้น นั่งให้ห่างคอมพิวเตอร์สักนิดและรวบผมด้วย


21. บดยาเม็ดแอสไพรินแล้วหยดน้ำลงไปพอให้เป็นแป้ง พอกหน้าไว้จนแห้งแล้วล้างออก จะทำให้สิวแห้งและเป็นการรักษาที่ถูกจุด


20. น้ำส้มสายชูหมักจากผลแอปเปิ้ล มีคุณสมบัติเหมือนโทนเนอร์ คือช่วยให้ผิวมีค่า pH สมดุลระหว่างกรดและเบส ดังนั้น ดื่มวันละหนึ่งช้อนโต๊ะ เพื่อรักษาสิวจากภายใน


19. ทุบกระเทียมให้แหลกแล้วผสมน้ำเล็กน้อย จากนั้นใช้ผ้าซับน้ำกระเทียมแล้วเช็ดบริเวณที่สิวมักขึ้น เป็นสูตรที่ใช้ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี


18. น้ำผึ้งก็ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้เช่นกัน แต้มน้ำผึ้งบนสิวเจ้าปัญหาก่อนนอน สิวก็จะเล็กลงในตอนเช้าพอดี


17. มินต์ช่วยต้านการอักเสบ ดังนั้น ใช้ใบมินต์บดหรือน้ำมันระเหยของมินต์กับบริเวณที่อักเสบ บวมแดงจะช่วยบรรเทาอาการต่างๆได้


16. การกินอาหารที่มีไฟเบอร์จะช่วยในการย่อยอาหาร ซึ่งนั่นหมายถึง ร่างกายของคุณจะได้รับสารอาหารได้ดีกว่า และผิวของคุณก็จะได้อานิสงส์ไปเต็มๆ อาหารที่มีไฟเบอร์มากเช่น พืชผัก ผลไม้ธัญพืช เป็นต้น


15. ควบคุมอาหารที่มีส่วนผสมของนมและชีส สมัยนี้ เลี้ยงสัตว์ด้วยฮอร์โมนเพื่อเร่งผลผลิต ทำให้นมและชีสมีฮอร์โมนอัดแน่น และทำให้ฮอร์โมนในร่างกายคุณเสียสมดุล (เหมือนช่วงที่คุณมีรอบเดือน)


14. น้ำมันสกัดจากลาเวนเดอร์และน้ำว่านหางจระเข้ ช่วยให้รอยแผลเป็นมีขนาดเล็กลงได้


13. โยเกิร์ตรสธรรมชาติเป็นมาสก์หน้านุ่มชั้นดี ลองมาสก์หน้าด้วยโยเกิร์ตและล้างออกหลังจากนั้น 15 นาที


12. วิตามินเอช (ไบโอติน) จะช่วยสร้างเซลล์ผิวเร็วขึ้น ผิวก็จะกระจ่างใสเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้ผมและเล็บยาวเร็วขึ้นด้วย


11. ถ้าดูเหมือนผลิตภัณฑ์เสริมความงามของคุณทำให้สิวขึ้นไปเสียทุกอย่าง ควรพบแพทย์ผิวหนัง เพื่อทดสอบว่าคุณแพ้กลูเตน (โปรตีนในธัญพืชขัดขาว) หรือแพ้สารอะไรกันแน่


10. ฝานมะเขือเทศแล้วแปะให้ทั่วใบหน้า ให้น้ำมะเขือเทศทำงานบนหน้าคุณ คือ สมานแผลและละลายน้ำมันและสิ่งสกปรกบนใบหน้าออกมา


9. หากหมวกใบโปรดของคุณเป็นเหตุให้เกิดสิวบนหน้าผาก วิธีที่ดีที่สุดในการทำความสะอาดก็คือ เอาเข้าเครื่องล้างจาน ระหว่างนั้น หน้าผากคุณก็จะได้พักหายใจด้วย


8. ล้างมือก่อนล้างหน้า หากล้างหน้าก่อน ความสกปรกและน้ำมันในมือคุณจะทำให้การล้างหน้าผิดจุดประสงค์ได้


7. จุดด่างดำ อาจต้องใช้เวลารักษานานถึง 4 เดือน ดังนั้น ให้ใช้ครีมลดเลือนจุดด่างดำอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลง อย่าล้มเลิกกลางคัน


6. หากคุณมีแนวโน้มจะเป็นสิวฮอร์โมน หลีกเลี่ยงการแต้มสิว แต่หันมาใช้โฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิกแทน


5. โชคไม่ดีเอาเสียเลย ที่คาเฟอีนทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน ดังนั้น หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ (โดยเฉพาะผู้ที่ใส่น้ำตาลมาก) แล้ว


4. มองหาเครื่องสำอางและมอยส์เจอไรเซอร์ที่เขียนว่า “ไม่อุดตันรูขุมขน” จะช่วยลดการเกิดสิวได้


3. การลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น การดื่มแอลกอฮอล์ (โดยเฉพาะค็อกเทล) มีค่าเท่ากับ การดื่มน้ำตาลนั่นแหละ


2. หากคุณอาบน้ำอุ่น . . . อย่าอาบนาน เพราะความร้อนทำให้ผิวแห้ง ขาดน้ำมากขึ้นและจะเป็นขุยในที่สุด


1. หลักจากที่คุณได้ลองทำตามเทคนิคทุกข้อแล้ว ผิวของคุณยังไม่กระจ่างใสอีก ก็ควรจะพบแพทย์ผิวหนังเพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหาของคุณโดยเฉพาะ


advertising

เพิ่มความคิดเห็นของคุณลงใน "Patcharapa" เว็บไซต์ของ "วัยรุ่นหน้าใส"

แสดงความคิดเห็น