อยากหน้าใส ดูกระจ่างใส สม่ำเสมอ แบบละเอียด

0
4536
อยากหน้าใส
advertising

อยากหน้าใส ดูกระจ่างใส ไร้จุดด่างดำ แบบละเอียด

อยากหน้าใส หน้าใสดูกระจ่าง ไร้จุดด่างดำ

อยากหน้าใส มีวิธีดูแลผิวให้สีสวยสม่ำเสมอ ดูกระจ่างใสขึ้นได้อย่างไร

อยากหน้าใส ผิวพรรณที่ขาวกระจ่างใส สีผิวสวยเรียบเนียน ผิวดูสดใสชุ่มชื่นมีชีวิตชีว่าเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ คือผลลัพธ์ของการที่ได้ดูแลผิวพรรณของตัวเองอย่างดีเป็นประจำทุกๆวัน ซึ่งเราจะทำอย่างไร ให้ผิวพรรณของเรานั้นมีสีที่สม่ำเสมอ ไม่กระดำกระด่าง ตรงนั้นขาวตรงนี้ดำ จนดูเป็นทางม้าลาย ให้ไร้จุดด่างดำ โดยเรามีวิธีมาบอกดังนี้ครับ — อยากหน้าใส


วิธีหน้าใส อยากหน้าใส

เพียงหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และการออกเผชิญกับแดดแรงๆ เป็นเวลานาน เพราะว่าแดดนั้นเป็นตัวการที่ทำให้ผิวพรรณของเราหมองคล้ำ และยัง ก่อให้เกิดจุดด่างดำ และยังทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าของเราอีกด้วย

  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกๆวัน เพราะเป็นการบำรุงผิวและปกป้องผิวในระดับหนึ่ง ควรเลือกชนิดครีมกันแดดที่สามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB  ได้
  • ครีมกันแดดที่ดีและปกป้องได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ควรจะมีค่า SPF (Sun Protection Factor) หรือแปลเป็นไทยว่า ค่าการป้องกันแสงแดด ตั้งแต่ 15 ขึ้นไป เพราะว่าแสงอัลต้าไวโลต (Ultraviolet) จะทำให้ผิวพรรณของเราหมองคล้ำได้ ถ้าหากคุณไม่ได้ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไป ที่สำคัญถ้าอยากให้ผิวพรรณของเราไม่แก่ก่อนวัย อยู่กับเราไปนานๆ ควรเลือกครีมกันแดดที่มี่ค่า PA ที่สามารถป้องกัน UVA ตัวการของการแก่ก่อนวัยได้
  • เลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ (moisturizer) มาทาผิวในตอนเช้า และในตอนเย็น ซึ่งมอยส์เจอไรเซอร์นั้นจะสามารถช่วยให้ผิวพรรณของคุณมีความชุ่มชื้นมากขึ้น และยังจะช่วยให้ผิวพรรณของคุณมีความแข็งแรงมากกว่าเดิมอีกด้วย
  • พยายามอย่าใช้ความรุนแรงกับผิวของคุณ โดยหากเป็นไปได้นั้นควรหลีกเลี่ยงการบีบ แกะ สัมผัสแรงๆกับผิวหน้าอย่างเด็ดขาด อีกทั้งพยายามอย่าขัดผิวหน้า และถูผิวหน้าแรงๆ เพราะจะทำให้ผิวหน้าเป็นริ้วรอยได้
  • ดูแลผิวหน้าอย่างอ่อนโยน ด้วยไวท์เทนนิ่งครีม (whitening cream) หรือครีมปรับผิวขาว ที่เน้นส่วนประกอบให้มีส่วนผสมของสารที่มีคุณสมบัตืในการช่วยลดเลือนจุดด่างดำบนใบหน้า ตัวอย่างเช่น ส่วนผสมจากสารสกัดจากมะนาว วิตตามินซี (Vitamin C) , Alpha Arbutin ที่จะสามารถช่วยให้ผิวของคุณมีความขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น
  • สครับผิว (Scubb) หรือมาร์คผิวหน้า (Mask) อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง . . . การทำสครับหรือการมากผิวนั้น จะช่วยให้มีการผลัดเซลล์ผิวที่มันตายแล้ว หรือเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกมา ซึ่งตอนนี้มีนวตกรรมใหม่ครีมมาร์คหน้าซึ่งทำงานเหมือนการมาร์คหน้าให้หน้าใสกิ๊งได้ง่ายและสะดวกกว่าเดิมมาก
  • ออกกำลังกายอย่างเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้การทำให้การไหลเวียนของโลหิตนั้นดีขึ้นกว่าเดิม
  • กินน้ำเยอะๆ อันนี้กินไปเลยครับ 2 ลิตรขึ้นไปทุกวัน รับรองผิวใสขึ้นมาก แถมสุขภาพโดยรวมดีขึ้นทั้งหมดเลยด้วย

วิธีต่างๆข้างบนทำได้ครบ รับรองหน้าใส เรียบเนียน สีสม่ำเสม่อ ไม่มีจุดด่างดำแน่นอนครับ


อยากหน้าใส ดูกระจ่างใส

อยากหน้าใส มีวิธีคืนผิวสวยหลังเผชิญแสงแดดอย่างไร?

แสงแดด และรังสียูวี (Ultraviolet) นั้น เป็นตัวการอันดับหนึ่งพรากเอาผิวพรรณ ขาวๆ สวยๆ ของสาวๆ (รวมทั้งไม่สาวด้วย) และหลายๆครั้งเวลาที่เราจะต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งเราจะต้องออกไปเผชิญกับแดดเป็นเวลานานๆ ผิวของเรานั้นจึงโดดแดดจนเผาไหม้ แถมยังทำให้ผิวของเราเกิดอาหารแสบและแดง จนทำให้ผิวของเราหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใสเหมือนเดิม ต่อไปนี้เป็นวิธีต่างๆในการเอาผิวสวยๆขอเราคืนมาจากอาการไหม้แดดกันครับ

  1. เราควรทำให้ผิวของเราเย็นลง  เมื่อเราเริ่มรู้สึกด้วยตัวเองว่ามีอาการผิวหนึงเริ่มลอกจนสังเกตและรู้สึกได้
  2. ให้คุณเริ่มพยายามทำให้ผิวหนังเย็นลง ด้วยการใช้ผ้าขนหนูที่มีความนุ่มและความหนาที่แช่เย็นเอาไว้หรือชุบน้ำเย็นจัดก็ได้ แล้วนำมาประคบตรงบริเวณที่ผิวของเราโดนแดดเผา ซึ่งการทำแบบนี้เพื่อให้อุณหภูมิของผิวหนังเรา ในบริเวณที่โดนแดดเผานั้นกลับมาเป็นปกตินั่นเอง
  3. แต่ยังไงก็ตามอย่าเช็ดหรือถูผิวหนังแรงๆนะครับ เพราะการทำแบบนั้นมันจะยิ่งทำให้เกิดอาการผิวหนังลอกมากไปยิ่งขึ้นกว่าเดิม
  4. ใช้โยเกิร์ตพอกใบหน้า เพราะว่าในโยเกิร์ตนั้นมีส่วนผสมของสารอาหาร ที่จะสามารถช่วยให้ผิวพรรณที่อ่อนล้า ได้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ยิ่งถ้าเกิดเราเผลอไปตากแดดจนหน้าลอก เราก็ควรที่จะต้องทาโยเกิร์ตทีใบหน้าทุกๆวัน จนกว่าผิวหน้าของคุณจะหายแสบหายร้อนนะครับ
  5. ดื่มน้ำเยอะๆเป็นประจำ เมื่อผิวเราเริ่มที่จะมีการเสียหายไป การรักษาผิวให้กลับมาดีเสมือนเดิมใหม่อีกครั้ง เราก็ควรที่จะเริ่มจากการทำร่างกายให้ดี โดยการดื่มน้ำเยอะๆ เยอะกว่าเดิมที่เคยดื่ม เพราะน้ำนั้นทำให้เสริมสร้างความชุ่มชื้นของผิวหนังของเราได้เป็นอย่างดี
  6. ควรดื่มน้ำซักประมาณวันละ 8-10แก้วต่อวัน (ส่วนตัวแนะนำให้ดื่ม 10 แก้ว+) ซึ่งจะทำให้ดีต่อผิวพรรณของเรามากขึ้นครับ
  7. ทาไวท์เทนนิ่งครีม (whitening cream) หรือครีมปรับผิวขาว หลังจากที่สภาพผิวของเราเริ่มดีขึ้น จากอาการลอกและอาการแสบร้อนแล้ว จากนั้นให้บำรุงด้วยไวท์เทนนิ่งครีม เพราะว่าไวท์เทนนิ่งครีมนั้นสามารถที่จะช่วยบำรุง ฟื้นฟูผิวพรรณที่เสียหาย และช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ที่เกิดจากการเผชิญกับแสงแดด ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม และยังจะทำให้ผิวพรรณของเรากลับมามีความกระจ่างใสได้อีกครั้งหนึ่งครับ
  8. เลือกทานอาหารที่เป็นประโยชน์กับผิวของเรามากขึ้น โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตตามิน เอ บี ซี อี และเบต้าแคโรทีน ยกตัวอย่างเช่น มะเขือเทศ มะนาว แตงกวา ว่านหางจระเข้ ซึ่งการทานอาหารที่มีส่วนผสมของวิตตามินเหล่านี้จะช่วยให้ฟื้นฟู ความสดใสให้กับผิวของเราได้เป็นอย่างดี

บำรุงผิวหน้าเพื่อผิวหน้าใส

มาเรียนรู้ ขั้นตอนการบำรุงผิวหน้าเพื่อผิวหน้าใส ที่ถูกต้องกันเถอะครับ

“อยากหน้าใส” แต่ว่าหลายๆคนอาจจะเกิดอาหารสับสนเกี่ยวกับพวกขั้นตอนต่างๆในการบำรุงผิวพรรณก็เป็นไปได้ เพราะว่ามันมีหลายอย่างเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นพวกโทนเนอร์ เซรั่มต่างๆ ครีมบำรุงต่างๆ และทุกๆขั้นตอนในการดูแลผิวหน้านั้น ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเลยแม้แต่นิดเดียว

  • โทนเนอร์ (Toner)

1. หลังจากที่เราได้ทำการทำความสะอาดผิวหน้าของเราแล้ว ก็ให้ใช้โทนเนอร์เช็ดทำความสะอาด โดยเช็ดย้อนรูขุมขน เพื่อเป็นการขจัดสิ่งสกปรกที่ยังตกค้างอยู่บนผิวหน้าของเราได้ดียิ่งขึ้น

2. การที่เราใช้โทนเนอร์นั้นจะช่วยปรับความสมดุลของผิวหน้า และเป็นการช่วยเตรียมผิวหน้า ก่อนที่จะลงครีมบำรุงนั่นเอง

  • ครีมรอบดวงตา

1. เราควรที่จะเริ่มบำรุงก่อนเป็นอันดับแรก

2. เพราะว่าผิวหนังบริเวณนี้มีความแห้งและมีความบอบบางกว่าส่วนอื่นๆหลายเท่า

  • เซรั่ม

1. เป็นตัวที่จะช่วยบำรุงผิวพรรณแบบล้ำลึกลงไปอีกจนถึงผิวชั้นในสุด

2. เพราะว่าเซรั่มนั้น มีขนาดของโมเลกุลเล็กมากกว่าพวกครีมบำรุงผิวหลายเท่า

3. จึงสามารถแทรกซึมลงไปในผิวพรรณได้อย่างล้ำลึกกว่าเดิม

  • ครีม

1. ไวท์เทนนิ่งครีมและครีมลดริ้วรอย เพราะว่าครีมนั้นเป็นตัวที่จะช่วยบำรุง ที่มีเนื้อเข้มข้นที่สุด เราจึงควรที่จะทาเป็นสิ่งสุดท้ายๆ และถ้าหากเป็นเดย์ครีม จะยิ่งมีเนื้อบางเบาและมีความแห้งเร็วกว่าครีมปกติ

2. ในขณที่ไนท์ครีมนั้น มีความสามารถที่จะแทรกซึมเข้าสู้ผิวได้อย่างล้ำลึก และยังจะช่วยให้มีความชุ่มชื้นมากกว่าดิมหลายเท่า

3. ดังนั้น ในเวลากลางคืนที่ผิวของเราควรจะต้องการได้รับการฟื้นฟูผิว เราควรที่จะเลือกครีมสำหรับการบำรุงผิวตอนกลางคืน หรือ ไนท์ครีม ( NIGHT CREAM) ยิ่งโดยเฉพาะเพื่อผลลัพธ์ในเรื่องของผิวขาว และความกระจ่างใส ที่รวดเร็วดั่งใจยิ่งขึ้น

  • ครีมมาร์คหน้า

1. เราควรที่จะมาร์คหน้าแค่เพียงอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งเท่านั้น

advertising

2. เพราะว่ามาร์คหน้านั้น มันมักจะมีความเข้มข้น มากกว่าครีมบำรุงผิวถึง 8-10 เท่าเลยทีเดียว

3. เช่น ถ้าหากคุณต้องการที่จะเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวหน้า แบบเร่งด่วนจริงๆ ก็ควรที่จะเลือกใช้ไวท์เทนนิ่ง มาร์ค (Whitening Mask) โดยจะช่วยให้ผิวของคุณดูสว่างขึ้นได้ในทันที ซึ่งจะมีความรวดเร็วกว่าการใช้พวกไวท์เทนนิ่งครีม (Whitening Cream) อย่างแน่นอน


อยากหน้าใส กับการดูแลผิวให้ชุ่มชื้น

อยากหน้าใส กับการดูแลผิวให้ชุ่มชื้น สดใส ในช่วงหน้าหนาว

ปกติแล้วเมื่อเริ่มเข้าสู่หน้าหนาว อุณหภูมิก็จะเริ่มลดลงเรื่อยๆ ทำให้ความชื้นในอากาศลดลงเรื่อยๆเช่นกัน แล้วมันยังจะทำให้ร่างกายของเราสูญเสียน้ำมากกว่าปกติหลายเท่า  ผิวพรรณของเราจึงขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้น และยังทำให้ผิวพรรณของเราแห้งและแตกได้อีกด้วย โดยในวันนี้เรามีวิธีในการดูแลผิวพรรณให้มีความเปล่งปลั่ง มีความสดใส เพื่อต้อนรับลมหนาวมาฝากกันครับ

1. บำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้น กระจ่างใส

ซึ่งในฤดูหนาวนี้ ผิวหน้าของเราจากเดิมที่เคยมีความสดใส อาจจะดูหมองคล้ำได้นะครับ ซึ่งนั่นเป็นเพราะว่าผิวของเราได้เสียความชุ่มชื้น ไปให้กับความแห้งของอากาศในหน้าหนาว ดังนั้นเราควรใช้โฟมล้างหน้าสูตรที่มีฟองน้อยๆ หรือสูตรไร้ฟองไปเลย ที่มีความอ่อนโยนและมันจะทำให้เราไม่ระคายเคืองผิว และยังจะช่วยคงความชุ่มชื้นของผิวเราไว้ได้อีกด้วย

แล้วบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ (moisturizer) อย่างเป็นประจำ เพื่อช่วยให้เพิ่มความชุ่มชื้นและยังจะช่วยในเรื่องของลดความตึงตัวของผิวหนังเราอีกด้วย รวมไปถึงการใช้มาสก์ (Mask) หรือ ไวท์เทนนิ่งครีม (Whitening Cream) อย่างเป็นประจำ

2. ดูแลผิวกายให้เนียนนุ่มเป็นประจำ

โดยพยายามไม่อาบน้ำอุ่น เพราะว่าการอาบน้ำอุ่นนั้นจะเป็นการเร่งให้ผิวของเราแห้งมากขึ้น และเรายังควรหลีกเลี่ยงการอบซาวน่า หรือ การขัดผิวอีกด้วย เพราะว่าผิวของเรากำลังอ่อนแอ ถ้าหากมีการขัดผิวขึ้นมา อาจจะทำให้ผิวของเราแตก และแห้งง่ายขึ้นกว่าเดิม (ถ้าเกิดทนความเย็นของน้ำไม่ได้ แนะนำให้อาบน้ำอุ่นเปิด แล้วปิดท้ายการอาบน้ำด้วยการอาบน้ำที่มีความเย็นมากขึ้น)

โดยหลังจากอาบน้ำแล้วให้เราเริ่มทาโลชั่นให้ทั่วร่างกาย โดยเลือกใช้โลชั่นสูตรที่มีความสามารถในการให้ความชุ่มชื้นได้อย่างเป็นพิเศษกว่าปกติ เพราะว่าจะสามารถช่วยคุณฟื้นฟูผิว และยังจะสามารถช่วยคุณปกป้องผิวจากการสูญเสียความชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดีอีกด้วยนะครับ

3. ปกป้องผิวจากแสงแดด

แม้ว่าจะเป็นช่วงฤดูหนาวก็อาจจะมีช่วงเวลาที่แดดออก ซึ่งยังไงก็ต้องโดนแดด ซึ่งผิวของคุณก็ยังถูกทำร้ายจากแสงแดดได้ไม่แพ้ฤดูร้อนเลยแหละครับ เมื่อแสงแดดมีส่วนเข้ามาร่วมกับอากาศที่มีความแห้งและความเย็น มันก็ยิ่งทำให้ผิวของเราแสบและไหม้ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

เราจึงควรที่จะปกป้องผิวตัวเองด้วยการทาครีมกันแดดอย่างเป็นประจำทุกวันสม่ำเสมอ ซึ่งเราควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF (Sun Protection Factor) 15 และ PA++ (Protection Grade of UVA++) เป็นอย่างน้อย เพื่อการปกป้องผิวของคุณจากแสงแดดและรังสี UVA  อันเป็นสาเหตุของความหมองคล้ำครับ


ครีมอยากหน้าใส

เลือกครีมอย่างไรให้เหมาะกับสภาพผิวหน้าสำหรับคน อยากหน้าใส

สาวๆหลายคนคงจะเคยมีคำถามเกี่ยวปัญหาที่ว่าจะใช้ครีมยี่ห้อไหนดี และจะทำการบำรุงผิวด้วยวิธีใดให้กระจ่างใส แต่การที่เราจะเลือกซื้อไวท์เทนนิ่งครีม หรือครีมบำรุงผิวต่างๆนั้น เราไม่ควรเลือกจากความกังวล หรือว่าปัญหาของผิวเสียเพียงอย่างเดียว แต่ว่าเราควรที่จะเลือกใช้ครีม ให้มีความเหมาะสมกับประเภทผิวของเราด้วยนะครับ เพื่อการบำรุงผิวพรรณให้สวยงามอย่างตรงจุด และมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งก็ควรรู้ด้วยตัวผิวของตัวเองนั้นเป็นสภาพแบบไหนกันแน่

  • สาวผิวผสม

ผิวจะมีน้ำมันเคลือบผิวบางๆ ในบริเวณ T-ZONE คือในส่วนของหน้าผากและจมูก จึงทำให้เกิดเป็นความมัน มากกว่าส่วนของแก้ม เราจึงควรที่จะเลือกใช้ครีมที่เหมาะกับสภาพของผิวเรา คือเลือกใช้ครีมที่ไม่มีความเข้มข้น หรือครีมที่เบาบางจนเกินไป

และในส่วนของการใช้มอยส์เจอไรเซอร์ (moisturizer) ก็ควรเลือกทาเฉพาะส่วน ของแก้มกับของบริเวณผิวรอบดวงตา เพื่อให้มีการป้องกัน การแห้ง การแตก และการเกิดริ้วรอยนั่นเองครับ

  • สาวผิวมัน

ส่วนใหญ่แล้วจะมีต่อมไขมันบริเวณใบหน้าเยอะเป็นพิเศษ ซึ่งต่อมไขมันนั้นจะทำการผลิตไขมันออกมามากจนเกินความจำเป็น มันจึงทำให้เรามีผิวหน้าที่มัน และเมื่อเกิดมีความมันจนมากเกินไปเป็นพิเศษในส่วนของบริเวณ T-ZONE ก็มักจะมีรูขุมขนที่ใหญ่ และเกิดการเป็นสิวได้ง่ายขึ้นนั่นเอง ดังนั้นเราควรที่จะเลือกใช้ครีมที่มีเนื้อบางเบาและสามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่าย

และในส่วนของการควบคุมความมัน ก็ควรใช้ควบคู่ไปกับมอยส์เจอไรเซอร์ (moisturizer) ประเภท oil-free เพื่อให้เกิดการเสริมความแข็งแรงของผิวบนใบหน้า และเพื่อรักษาความชุ่มชื้อ โดยไม่ทำให้ผิวหน้ามันเยิ้มเกินไป รวมทั้งช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยได้อีกด้วย

  • สาวผิวแห้ง

จะมีต่อมไขมัน ที่ผลิตน้ำมันธรรมชาติในผิวหนัง ออกมาน้อยกว่าปกติทั่วไป สาวผิวแห้งจึงมีแนวโน้มที่จะมีการเกิดริ้วรอย เกิดผดผื่น และเกิดอาหารผิวลอก และผิวแตกได้ง่ายกว่าผิวแบบอื่นๆ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องไดรับการบำรุงผิวเป็นอย่างดีให้มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอและเป็นประจำ เพียงแค่เลือกใช้ครีมบำรุงผิวและมอยส์เจอไรเซอร์ (moisturizer) ที่เน้นความเข้มข้นอย่างเหมาะสม โดยต้องใช้อย่างเป็นประจำทุกวัน เพื่อช่วยในเรื่องของการคงความชุ่มชื่นและความนุ่มนวลแก่ผิว

  • สาวผิวแพ้ง่าย

ซึ่งชั้นผิวหนังของผิวประเภทนี้ ได้มีการลดการต้านทาน ต่อสารต่างๆที่ระคายผิวลง ทำให้ผิวนั้นเกิดความบอบบาง และเกิดการระคายเคืองได้ง่ายกว่าผิวแบบอื่นๆ ซึ่งควรจะเลือกใช้ครีมที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม และครีมที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน และควรจะเป็นครีมชนิดที่สามารถช่วยปกป้องความชุ่มชื่นของผิวได้ อีกทั้งครีมนั้นก็ต้องผ่านการทดสอบ โดยผู้เชี่ยวชาญ ด้านผิวพรรณมาแล้วว่าไม่มีการระคายเคืองต่อผิวที่บอบบางนั่นเอง

advertising

เพิ่มความคิดเห็นของคุณลงใน "Patcharapa" เว็บไซต์ของ "วัยรุ่นหน้าใส"

แสดงความคิดเห็น