ยากินรักษาสิว ควรกินปริมาณ เท่าไหร่ มีตัวยาอะไรบ้าง

ยากินรักษาสิว ควรกินปริมาณ เท่าไหร่ มีตัวยาอะไรบ้าง เรื่องของความสวยงามคือเรื่องใหญ่สำหรับสาวๆหนุ่มๆหลายคนเป็นอย่างมาก หากมีสิวบังอาจขึ้นมาเพียงเม็ดเดียวเป็นสิ่งที่ยอมกันไม่ได้ เพราะมันจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตทั้งอารมณ์ จิตใจ วิตกกังวลไปหมดว่าจะทำอย่างไร หรือปกปิดยังไงให้เจ้าสิววายร้ายหายไปจากใบหน้า

advertising

ทำให้หลายคนพยายามเสาะแสวงหาวิธีรักษาสิวทั้งครีมบำรุง ยาทา ฉีดสิว เลเซอร์ หรือแม้กระทั่งยากินรักษาสิว แต่ไม่ได้หมายความว่าการรักษาสิวเหล่านี้จะได้ผลกับทุกคนเสมอไป

ซึ่งในที่นี้เราจะพูดถึงยากินรักษาสิวในท้องตลาดมีให้เลือกอยู่มากมายหลายยี่ห้อ แต่การจะตัดสินใจว่าจะซื้อกินเองหรือซื้อตามคำแนะนำของคนใกล้ชิดอาจจะไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ กลับกลายเป็นผลเสียจากผลข้างเคียงที่ได้ในการเลือกยาหรือวิตามินที่ผิดพลาด ส่งผลให้สิวเห่อมากขึ้นกว่าเดิม

ฉะนั้นถ้าอยากรู้ว่ายาตัวไหนที่เหมาะกับเรามากที่สุด และมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาให้ค่ะ!! ― ยากินรักษาสิว

ยาวิตามินเอ กินรักษาสิว

  1. ยาในกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ

ตัวยาประเภทนี้เหมาะสำหรับสาวๆที่มีปัญหาสิวรุนแรง ขึ้นเห่อตามใบหน้า แถมมีอาการดื้อยาปฎิชีวนะ โดยยากลุ่มนี้มีส่วนผสมของตัวยา Isotretinoin แพทย์ผิวหนังจะใช้รักษาคนไข้ที่เป็นสิวฮอร์โมนขั้นหนักมาก หน้าที่ของยาคือตัวยาจะเข้าไปกดการทำงานของต่อมไขมัน

จึงทำให้ลดการอักเสบของสิวรวมทั้งลดแบคทีเรีย หน้ามันเยิ้ม ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นสิวหนักแค่ไหนยาตัวนี้เอาอยู่  แต่ช้าก่อน!! อย่าเพิ่งรีบวิ่งไปซื้อยากรดวิตามินเอมาทานเอง เพราะยาตัวนี้มีผลข้างเคียงยิ่งกินยารักษาสิวในช่วง 1-4 สัปดาห์แรก จะมีอาการผิวแห้งกร้าน ปากแห้ง ผมร่วง ผิวคล้ำเสีย ไวต่อแดด

และยังมีผลต่อค่าตับที่รุนแรง จึงห้ามกินต่อเนื่องเกิน 3 เดือนขึ้นไป

กินยาคุม รักษาสิว

  1. ยาคุมกำเนิดรักษาสิว

สำหรับยากินรักษาสิวอย่างยาคุมกำเนิดสามารถรักษาในผู้ที่เป็นสิวฮอร์โมน ลักษณะของสิวจะมีหัวหนอง หรือสิวอักเสบเม็ดโตๆ บวมแดงเป่ง และเป็นคนหน้ามันตลอดเวลา ซึ่งมักจะขึ้นมาแถวบริเวณคางและรอบปาก โดยยาคุมกำเนิดจะทำหน้าที่ปรับสมดุลของฮอร์โมนช่วงก่อนที่จะมีรอบเดือน เพื่อลดการเกิดสิว ลดหน้ามัน

บางคนยังอาจจะได้ผิวพรรณเปล่งปลั่งขาวใสมาเป็นของแถมด้วยก็ได้ แต่ถ้าเลือกกินยารักษาสิวด้วยยาคุมกำเนิดจะต้องใจเย็นๆอดทนรอสักหน่อยเพราะกว่าจะได้ผิวดีทันใจนั้น ต้องทานต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 เดือนขึ้นไปต่อมไขมันถึงจะผลิตไขมันน้อยลง  แต่มีข้อควรระวังหากทานไปนานๆอาจจะทำให้ผิวบาง ไวต่อแดด และเกิดฝ้า กระในที่สุด

ยารักษาสิวที่ดีที่สุด

  1. ยากินรักษาสิวในกลุ่ม SOD

ใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับสิวฮอร์โมน สิวสเตียรอยด์ สิวผด ยารักษาสิวในกลุ่มนี้สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งตัวยาชนิดนี้มีความแตกต่างจากตัวยา 2 ข้อแรก คือเป็นสาร Superoxide Dismutase หรือ SOD เป็นการสกัดขึ้นมาจากผลไม้ มีสรรพคุณในการต้านสิวอักเสบหรือสิวบวมแดงทำให้ยุบได้เร็วกว่าปกติ แถมยังสมานแผลลดรอยหลุมสิวและรอยแผลเป็นได้อย่างชะงักนัก

นอกจากนั้นยังช่วยแก้เรื่องหน้ามันเยิ้ม ในขณะเดียวกันไม่ทำให้ผิวเหี่ยวย่น และยังช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น จึงรักษาได้ทุกปัญหาสิว ประกอบกับตัวยาสกัดขึ้นมาจากผลไม้จึงทำให้มีผลข้างเคียงที่น้อยมาก หากทานต่อเนื่องก็ไม่ส่งผลต่อตับหรือไต ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือราคาค่อนข้างแพงถ้าเลือกกินยารักษาสิวกลุ่ม SOD อาจจะต้องมีเงินในกระเป๋าสักหน่อยล่ะค่ะ

advertising

กินรักษาสิวตัวไหนดีที่สุด

  1. กินยารักษาสิวที่มีแร่ธาตุ Zinc

บางคนอาจจะพอทราบว่าแร่ธาตุ Zinc มีคุณสมบัติพิเศษในการลดปัญหาหน้ามัน แถมยังกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นตัวการของการเกิดสิว  จึงทำให้สิวยุบเร็วขึ้น โดยเราสามารถพบแร่ธาตุ Zinc จากอาหารสุดอร่อยอย่างหอยนางรมหรือสเต็กเนื้อนั่นเอง

แต่ถึงจะมีข้อดีมากแค่ไหนก็ต้องพบข้อเสียอยู่บ้างคือการทานสังกะสีบางชนิดอาจจะส่งผลให้มีรอยดำหลังจากสิวเริ่มแห้ง หรือหากเป็นคนที่แพ้สารประเภท Zinc ผลลัพธ์ที่ควรจะดีขึ้นกลับกลายสิวเห่อเพิ่มมากกว่าเดิมเข้าไปอีก ฉะนั้นเพื่อป้องกันรอยดำแนะนำให้เลือก Zinc ชนิด Gluconate  นอกจากนั้นจะต้องทานในปริมาณที่เหมาะสมอย่ามากหรือน้อยเกินไป

กินยารักษาสิว Pantip

  1. กินยารักษาสิวน้ำมันดอกอิฟนิ่งพริมโรส EPO

น้ำมันดอกอิฟนิ่งพริมโรสคือหนึ่งในสุดยอดยารักษาสารพัดโรคที่ได้รับความนิยม จึงเหมาะมากกับคนที่มีปัญหาเรื่องผิวแห้งกร้านให้ชุ่มชื้นเปล่งปลั่งขาวกระจ่างใสขึ้น รวมทั้งช่วยลดอาการ PMS ของสาวๆที่กำลังมีรอบเดือน แต่บอกก่อนเลยว่าคนที่เป็นสิว หน้ามัน ต้องโบกมือลาหนีออกให้ห่างแบบด่วนๆ

เพราะจะยิ่งทำให้หน้ามันและมีสิวอุดตันเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมอย่างน่าประหลาดใจ  หรือสรุปง่ายๆว่าน้ำมันดอกอิฟนิ่งพริมโรสจึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสิวอย่างเด็ดขาดค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างกับยากินรักษาสิวทั้ง 5 ประเภทที่เรานำมาให้สาวๆได้เห็นถึงผลดีและผลเสียของแต่ละตัวแบบเห็นชัดจัดเต็มกันไปเลย แต่ทั้งนี้แนะนำว่าหากคิดจะลองยากินรักษาสิวตัวไหนก็ควรต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เพราะอาการแพ้ยาเป็นสิ่งที่รักษาได้ยากกว่าการรักษาเสียอีกค่ะ

เพิ่มความคิดเห็นของคุณลงใน "Patcharapa" เว็บไซต์ของ "วัยรุ่นหน้าใส"

แสดงความคิดเห็น

Please enter your comment!
Please enter your name here

+ 19 = 23