หน้าใสไร้สิว 10 วิธีง่ายๆ ช่วยให้หน้าใสไร้สิว

หน้าใสไร้สิว เป็นสิ่งที่ใครๆก็ต้องการทั้งนั้น แต่ยอมรับเถอะว่า ไม่ใช่ทุกคนหรอก ที่จะยอมทำตามวิธี ที่จำเป็นสำหรับการทำให้หน้าของตัวเอง เนียน ใส ไร้สิวและริ้วรอย หรือให้ใบหน้านั้นปราศจาก สิ่งสกปรก, ความมัน, การอักเสบ การที่จะให้ได้มาซึ่งหน้าที่ใสไร้สิวเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ สามารถทำได้จริง ข้างล่างนี้เป็น 10 วิธี ที่ทำให้หน้าของคุณเนียนใส ปราศจากสิวมากวนใจ

advertising

หน้าใสไร้สิว ขั้นตอนที่ 1 – ห้ามบีบสิวเป็นอันขาด


ห้ามบีบสิวเป็นอันขาด หากอยากมีหน้าสวยใส ไร้สิวริ้วรอย

  • ห้ามบีบสิวเป็นอันขาด เพราะนี่เป็นกฎข้อแรกเลยสำหรับคนที่อยากมีหน้าที่ใส ปราศจากสิว เพราะว่า สิวเต็มไปด้วยแบคทีเรียสกปรกอยู่ข้างใน
  • ถ้าหากคุณบีบสิวจนแตก แบคทีเรียเหล่านั้นมีโอกาสที่จะเข้าไปในรูขุมขนข้างๆ และกลายเป็นแบคทีเรียเหล่านั้นไปพักอาศัยอยู่ในรูขุมขนข้างๆแทน จนเกิดเป็นสิวเม็ดใหม่แทน (หากคุณอยากกดสิวอย่างถูกต้อง อ่านได้ที่นี่)

ขั้นตอนที่ 2 – อย่าเอามือไปจับหน้าตัวเอง


หน้าใสไร้สิว การจับหน้าตัวเองนั้น จะทำให้แบคทีเรีย ที่มาจากมือ เข้าไปอุดตัน อยู่ในรูขุมขน

  • ไม่ว่าจะล้างมือสะอาดเพียงไหน ผ่านไป 10 นาทีสิ่งสกปรกก็กลับมาอยู่บนมือเราเหมือนเดิม เพราะฉะนั้น อย่าใช้มือของคุณจับ แกะ เกา ใบหน้าของคุณบ่อยๆจะดีกว่า เพื่อป้องกันโอกาสของสิ่งสกปรกที่จะไปอุดตันอยู่บนใบหน้า

ขั้นตอนที่ 3 – ดื่มน้ำเยอะๆ และงดเครื่องดื่มเพิ่มความหวาน


หน้าใสไร้สิว การดื่มน้ำเยอะๆระหว่างวัน นอกจากจะช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีแล้ว ยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น ซึ่งเป็นตัวช่วยในการต่อสู้กับสิวด้วย

  • ผิวหนังคนเราก็เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายเช่นกัน ซึ่งทุกส่วนของอวัยวะของร่างกายต้องการน้ำในปริมาณที่มากพอ เพื่อที่จะทำงานได้อย่างปกติ ไม่เกิดอาการบวมแดง อักเสบใดๆ ผู้ชายควรดื่มน้ำประมาณ 3 ลิตร ผู้หญิงประมาณ 2.2 ลิตร ถ้าหากเป็นผู้ที่มีปัญหาสิวหรืออยาก หน้าใสไร้สิว แนะนำให้ดื่มมากกว่าปริมาณที่แนะนำ
  • ลดปริมาณเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลลง เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำผลไม้สมูทตี้ โซดา เพราะว่าเครื่องดื่มเหล่านี้ ทำให้ระดับอินซูลินในเส้นเลือดเพิ่มขึ้นซึ่งส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนมากขึ้น นั่นหมายถึงปัญหาสิวที่มากขึ้นตามมาเช่นกัน
  • ลดปริมาณการดื่มนม นมนั้นถูกจัดเป็นอีกอาหารที่ทำให้เกิดปัญหาสิวได้ เพราะว่า สารอาหารในนมเป็นตัวกระตุ้นฮอร์โมนเพศชาย (testosterones และ androgens) ซึ่งตามมาด้วยอินซูลินที่เพิ่มขึ้น ทำให้เพิ่มโอกาสของการเกิดปัญหาสิว
  • ดื่มชาเขียวแบบที่ไม่ได้เติมความหวานใดๆ ชาเขียวนอกจากจะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้เรื่องของปัญหาสิวอีกด้วย ลองเปลี่ยนจากดื่มน้ำอัดลม มาเป็นดื่มชาแทนดูครับ ช่วยได้หลายด้านจริงๆ

วิธีที่ 4 – กินอาหารที่มีประโยชน์


หน้าใสไร้สิว การกินผักช่วยให้ผิวพรรณสดใส วิตามินจากผักช่วยให้ผิวพรรณสดใสเช่นกัน omega 3 และ โปรไบโอติก ก็เป็นตัวช่วย ต่อสู้กับ ปัญหาสิว เช่นกัน

  • you are what you eat: สารอาหารที่ได้รับ ส่งผลในทุกๆเรื่องในร่างกาย รวมทั้งเรื่องของความสวย และปัญหาผิวด้วย ผักและผลไม้เป็นสิ่งจำเป็น ถ้าอยากเป็นผู้ที่มี หน้าใสไร้สิว เน้นที่ผักใบเขียวและแตงกวา
  • Omega 3 นอกจากจะช่วยพัฒนาสมอง ยังมีคุณสมบัติ พัฒนาเซลล์ผิวให้มีสุขภาพดีและช่วยต่อสู้กับอาการอักเสบต่างๆอีกด้วย คุณสามารถหา Omega 3 จากอาหารเสริม, ถั่ว, ผักใบเขียว, เนื้อสัตว์จำพวกปลา เช่น แซลมอน ปลาทู พยายามกินแบบ ดิบ อบ หรือ นึ่ง (กระบวนการ ทอด ย่าง ต้ม ทำลาย Omega 3)
  • โปรไบโอติก แบคทีเรียดี ที่ช่วยเรื่องการย่อย ยับยั้งมะเร็ง แถมยังช่วยในเรื่องของการยับยั้งการอักเสบด้วย ซึ่งแน่นอนช่วยลดปัญหาการอักเสบของสิวด้วย คุณสามารถหาโปรไบโอติกได้จาก  ชีสต์ โยเกิร์ต ถั่ว, แอปเปิ้ล, เบอร์รี่, ไวน์แดง, ชา เป็นต้น
  • ถ้าอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหาร เข้าไปอ่านได้ที่ 5 อาหารที่กินแล้วหน้าใสปิ๊ง

วิธีที่ 5 – กินอาหารเสริมและวิตามินที่มีประโยชน์ต่อผิว


หน้าใสไร้สิว วิตามิน C A E อีฟนิ่งพิมโรส และ ซิงค์ซิเตรต เป็นตัวช่วยอย่างดี ในการที่ช่วยให้ หน้าใสไร้สิว

  • วิตามิน C และ วิตามิน A เป็นประโยชน์อยากมากต่อสุขภาพผิว (อย่ารับประทานวิตามิน A ในขณะตั้งครรภ์)
  • อีฟนิ่ง พิมโรส เป็นตัวต้านอาการอักเสบเป็นอย่างดี รับประทาน 2000-3000 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ซิงค์ซิเตรต ช่วยให้โปรตีนทำงานได้ดีขึ้น ช่วยให้แผลรักษาตัวเร็วขึ้น และช่วยให้เนื้อเยื้อเซลล์ผิวทำงานได้ดีขึ้น
  • ผู้ที่ประสบปัญหาสิว พบว่าโดยมากขาดวิตามิน E / รับประทาน 400 UI ต่อวัน

วิธีที่ 6 -ไม่ควรล้างหน้าเกิน 2 รอบต่อวัน


ล้างหน้าเกินวันละ 2 ครั้ง ทำให้หน้าแห้งเกินไป ซึ่งมีผลทำให้ผิวหน้าผลิตความมันออกมาเยอะเกินไป ทำให้เกิดปัญหาสิวได้

  • การล้างหน้าบ่อยเกินไปทำให้หน้าแห้ง(เกิน) พอหน้าแห้งมากๆ ผิวจะผลิตความมันมากขึ้นโดยอัตโนมัติ ซึ่งนั่นก็หมายถึงโอกาสเกิดสิวมากขึ้นด้วยเช่นกัน
  • ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์หลังล้างหน้าหากเป็นคนหน้าแห้ง ความชุ่มชื่นบนใบหน้าเป็นตัวต่อสู่กับแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุขของปัญหาสิว

วิธีที่ 7 – ใช้โทนเนอร์เช็ดหน้าหลังล้างหน้า


การใช้ toner หลังล้างหน้า ทำให้หน้าใส ขจัดสิ่งสกปรก แบคทีเรีย ต่างๆ ออกจากใบหน้าได้เป็นอย่างดี แต่อย่าใช้ที่มีแอลกอฮอล์แรงเกินไป เพราะจะทำให้หน้าแห้งเกินไปได้

  • ใช้โทนเนอร์เช็ดตามหลังล้างหน้านอกจากจะช่วย ขจัดสิ่งสกปรก, เครื่องสำอาง, ที่ลงเหลือหลังล้างหน้าปกติแล้ว ยังช่วยกระชับรูขุมขน / อย่าใช้โทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์สูงเกินไป เพราะจะทำให้ หน้าแห้งเกิน และอาจเกิดการระคายเคืองได้สำหรับบางคน

วิธีที่ 8 – เคลียดน้อยๆ แล้วหน้าจะใสขึ้น


ลดความเครียดลง จะช่วยให้ลดปัญหาสิวได้ เป็นอย่างดี เพราะความเคลียดเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดสิว

  •  ความเคลียดเป็นอีกปัจจัยหลักที่ทำให้สิวผุดขึ้นมาได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นทางวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าเป็นเพราะสาเหตุใดความเคลียดจึงส่งผลกับปัญหาสิว
  • ทำสมาธิเป็นวิธีที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลดีมากในการลดความเคลียด หาวิธีที่ตัวเองชอบ เช่น โยคะ นอกจากจะช่วยลดความเครียดยังทำให้หุ่นดีขึ้นอีกด้วย

วิธีที่ 9 – นอนให้เพียงพอ และทำที่นอนให้สะอาด


นอนให้เพียงพอ ช่วยให้ หน้าใสไร้สิว ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ที่สำคัญลดปัญหาสิวได้ดีเป็นอย่างมาก

การนอนไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดปัญหาสิวได้ นอนให้ได้วันละ 8 ชม. อย่างต่ำ (รายละเอียดเกี่ยวกับการนอนน้อย).

  • เปลี่ยนปลอกหมอนเป็นประจำ อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง

วิธีที่ 10 – ออกกำลังกายเป็นประจำ


การออกกำลังกายเป็นยาวิเศษรักษาทุกโรค ไม่เว้น แม้แต่ ปัญหาสิว นอกจากนั้น ยังทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งด้วย

  • การออกกำลังกายเป็นยาวิเศษ สามารถรักษาได้ทุกโรค ทำให้ หน้าใสไร้สิว ด้วยเช่นกัน การออกกำลังกายทำให้เลือดไหลเวียนดี ผิวพรรณดูสุขภาพดี ดูกระจ่างใส
  • ถ้าออกกำลังกายกลางแจ้งควรทาครีมกันแดดทุกครั้ง เพราะการโดน UVA ,. UVB จากแสงแดดอันตรายกับผิวเป็นอย่างมาก
  • ล้างหน้าให้สะอาดหลังจากออกกำลังกาย คุณคงไม่อยากให้ เหงื่อ เกลือ สิ่งสกปรก มาอุดตันรูขุมขนจนทำให้เกิดปัญหาสิวมากยิ่งขึ้น

เพิ่มความคิดเห็นของคุณลงใน "Patcharapa" เว็บไซต์ของ "วัยรุ่นหน้าใส"

แสดงความคิดเห็น

Please enter your comment!
Please enter your name here

− 3 = 4