ในไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เราสามารถสังเกตได้ชัดเจนเลยว่าอากาศร้อนขึ้นทุกวัน ๆ แสงอาทิตย์ก็แรงขึ้นจนเหมือนตัวจะไหม้เวลาออกแดดนาน ๆ ยิ่งในเมืองไทยไม่ต้องพูดถึงเลยร้อนสุด ๆ ครีมกันแดด กันน้ำ จึงเป็นสิ่ง “จำเป็น”สำหรับทุกคนในโลกปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย วัยรุ่น คนแก่หรือแม้กระทั่งคนสูงวัย ครีมกันแดด กันน้ำ ไม่ใช่สิ่งที่เราเคยรู้จักว่าต้องใช้เฉพาะตอนไปทะเลหรือเล่นกีฬากลางแจ้งอีกต่อไป ดังนั้นมันจึงเป็นสิ่งสำคัญและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในรายการครีมที่ต้องใช้ทุกวันเป็นประจำไม่ต่างจากครีมบำรุงตัวอื่นๆที่คุณใช้กันอยู่เป็นประจำ จริง ๆ แล้วผลิตภัณฑ์กันแดดนั้นให้ประโยชน์มากกว่าผลิตภัณฑ์ที่บำรุงหลายเท่าเสียอีก เราจึงมานำเสนอสุดยอดครีมกันแดดที่จะช่วยปกป้องผิวให้เราสวยกล้าท้าแดดดังนี้

1 . ครีมกันแดด กันน้ำ Biore UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+ PA++++

ครีมกันแดด กันน้ำ 1 . ครีมกันแดดยี่ห้อไหนดี Biore UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดยี่ห้อไหนดี สูตรน้ำที่สาว ๆ ส่วนใหญ่รู้จักกันเป็นอย่างดี ด้วยลักษณะเนื้อครีมอันบางเบา แต่สามารถป้องกันแสงแดดได้อย่างดีเยี่ยม ทาแล้วผิวหน้าไม่ดรอปหรือหมองคล้ำและยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นพร้อมกับป้องกันริ้วรอยได้อีกด้วย สนนราคาก็เพียง 420 บาทเท่านั้น

ดูรายละเอียดที่นี่ :biorethailand.com

2 . ครีมกันแดดปกป้องสิว Serina Sun Glow Anti Acne SPF30

ครีมกันแดด กันน้ำ 2 . ครีมกันแดดปกป้องสิว Serina Sun Glow Anti Acne SPF30

ครีม กันแดด spf 50 pa+++ ทาหน้า อีกตัวหนึ่งที่สาวผิวแพ้ง่ายหรือเป็นสิวส่วนใหญ่ต้องยกให้เป็นลูกรัก เนื่องจากสามารถลดปัญหาสิวได้อย่างชะงักงัน เนื้อครีมมีลักษณะเป็นครีมเนื้อบางเบาความบางเบา เกลี่ยง่าย ทาแล้วหน้าดูสว่างแถมไม่เหนียวเหนาะหนะ ถ้าหาครีมกันแดดที่ช่วยเรื่องสิว ฝ้า กระโดยตรง ลองหามาใช้ดูค่ะ ราคาประมาณ 650 บาท

ดูรายละเอียดที่นี่ : serinasun.net

3 . ครีมกันแดด กันน้ำ ZA True White Power Block UV SPF40 PA+++

ครีมกันแดด กันน้ำ 3 . ครีมกันแดด ZA True White Power Block UV SPF40 PA+++

ครีมกันแดด ZA อันโด่งดังจากห้องโต๊ะเครื่องแป้งแห่งพันทิปดอทคอม ทาแล้วผิวหน้าดูขาวสว่างใส หรือจะใช้เป็นเบสเมคอัพก็ได้ สามารถกันแดดได้ดีในระหว่างวันและไม่ทำให้ผิวหน้ามันมากขึ้น พร้อมกับไม่ทำให้เป็นคราบ เรียกได้ว่าหมดแล้วต้องซื้อใช้ซ้ำอีกแน่นอน ราคา 380 บาทเองค่ะ

ดูรายละเอียดที่นี่ : za-cosmetics.com 

4 . ครีมกันแดดที่ดีที่สุด Minus Sun Facial Sun Protection Cream SPF40 PA+++

ครีมกันแดด กันน้ำ 4 . ครีมกันแดดที่ดีที่สุด Minus Sun Facial Sun Protection Cream SPF40 PA+++

ครีมกันแดดที่ดีที่สุด ยี่ห้อนี้ ใข้อยู่ชอบมากที่รวมทุกคุณสมบัติตามความต้องการของสาว ๆ ซึ่งมีลักษณะเป็นเนื้อครีมทั้งสีขาวและสีเบจ สามารถใช้เป็นเบสเมคอัพก่อนแต่งหน้าได้ โดยไม่ทำให้ผิวมันเพิ่ม กันน้ำกันเหงื่อได้ดี สามารถช่วยปกป้องผิวไม่ให้หมองคล้ำ ฝ้า กระ และริ้วรอยที่ไม่พึงประสงค์ เหมาะสำหรับใช้ระหว่างวันและกิจกรรมกลางแจ้ง เป็นครีม กันแดด spf 50 pa+++ ทาหน้า

เพิ่มเติม : –

5 . ครีมกันแดด กันน้ำ Nivea Sun Protect & White Oil Control Serum SPF50+ PA+++

ครีมกันแดด กันน้ำ 5 . ครีมกันแดดผู้ชายหน้ามัน Nivea Sun Protect & White Oil Control Serum SPF50+ PA+++

ครีมกันแดดผู้ชายหน้ามัน สูตรเนื้อเซรั่มที่เหมาะกับทุกสีผิว เนื้อครีมมีลักษณะบางเบาและเกลี่ยง่าย  คุมมันได้อย่างดีเยี่ยม ทาแล้วผิวหน้าก็ไม่อุดตันและไม่เป็นคราบ พร้อมกับปกป้องผิวจากแสงแดดได้ดี ราคาก็น่าซื้อใช้อย่างยิ่งและหาซื้อได้ง่าย ราคา 149 – 279 บาท 

ดูรายละเอียดที่นี่ : nivea.co.th/

6 . ครีมกันแดดใช้ดี Garnier UV Complete Whiten & Protect Daily Sunscreen SPF50+ PA++++

ครีมกันแดด กันน้ำ 6 . ครีมกันแดดใช้ดี Garnier UV Complete Whiten & Protect Daily Sunscreen SPF50+ PA++++

ครีมใช้ดี ครีมกันแดด spf 50 pa+++ ทาหน้า อีกตัวหนึ่งที่สาว ๆ ชื่นชอบและต้องซื้อมาใช้ซ้ำ ด้วยเนื้อครีมที่ค่อนข้างเกลี่ยง่ายและไม่เหนียวเหนอะหนะ ทาแล้วหน้าไม่ขาววอก และสามารถป้องกันแสงแดดได้เป็นเวลานาน ถึงแม้ว่าจะออกแดดจัด ๆ หน้าก็ไม่ดรอปและไม่หมองคล้ำ อาจจะเรียกได้ว่าคุณสมบัติเทียบเท่าครีมกันแดดจากเคาน์เตอร์แบรนด์ดัง ๆ แต่ราคาแตกต่างกว่ากันเยอะ สนนราคาประมาณ 249 บาทเท่านั้น

ดูรายละเอียดที่นี่ : garnier.co.th

7 . ครีมกันแดด กันน้ำ Smooth E Physical White Babyface UV Expert SPF50+ PA+++

ครีมกันแดด กันน้ำ 7 . กันแดด Smooth E Physical White Babyface UV Expert SPF50+ PA+++

กันแดด Smooth E ที่มีคุณสมบัติทั้งช่วยกันแดดและบำรุงผิว ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางอย่างยิ่ง เพราะมีความอ่อนโยนเหมาะกับทุกสภาพผิว ทาแล้วหน้าไม่ขาววอก

และยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ หรือจะใช้เป็นเมคอัพเบสก่อนแต่งหน้าก็ได้เช่นกัน กันน้ำกันเหงื่อ บำรุงให้ผิวหน้าแลดูอ่อนเยาว์ ราคาประมาณ 295 – 770 บาท

ดูรายละเอียดที่นี่ : –

8 . ครีมกันแดดยอดนิยม Anessa Perfect Facial UV Sunscreen SPF50+ PA++++

ครีมกันแดด กันน้ำ 8 . ครีมกันแดดยอดนิยม Anessa Perfect Facial UV Sunscreen SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดยอดนิยม ที่ต้องมีชื่อติดโพลทุกสำนัก นอกจากจะช่วยกันแดดได้อย่างขั้นเทพแล้ว ยังเป็นครีมกันแดดสูตรเนื้อเจลที่เหมาะสำหรับผิวหน้าโดยเฉพาะ ทาแล้วซึมเร็ว

ไม่ทำให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ สามารถใช้เป็นไพรเมอร์ก่อนแต่งหน้าที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียนมากขึ้น แต่งหน้าติดทนนาน สวยครบจบเดียวด้วยราคาสุดคุ้ม 750 บาท

ดูรายละเอียดที่นี่ : facebook.com/AnessaThailand/

9 . ครีมกันแดด กันน้ำ Mizumi UV Water Serum 100% Non-Chemical SPF50+ PA++++

ครีมกันแดด กันน้ำ 9 . ครีมกันแดดคนเป็นสิว Mizumi UV Water Serum 100% Non-Chemical SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดคนเป็นสิว ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวและผิวบอบบางแพ้ง่ายอย่างยิ่ง ด้วยสูตรน้ำที่มีความอ่อนโยนและปราศจากสารเคมี 100% จึงทำให้เกลี่ยง่าย ซึมเร็วและไม่อุดตันบนใบหน้า พร้อมกับสรรพคุณช่วยกันแดดที่สามารถใช้ได้ทุกวัน ราคาอยู่ที่ประมาณ 199 – 890 บาท

ดูรายละเอียดที่นี่ : mizumithailand.com

10 . ครีมกันแดด Srichand Luminescence Fabulous UV Shield SPF50

ครีมกันแดด กันน้ำ 10 . ครีมกันแดด Srichand Luminescence Fabulous UV Shield SPF50

ครีมกันแดด กันน้ำ น้องใหม่จากแบรนด์ไทยของเรา ซึ่งเหมาะสำหรับผิวพรรณของสาวไทยและอากาศที่แสนจะร้อนอบอ้าวอย่างยิ่ง เนื้อครีมมีลักษณะบางเบา เกลี่ยง่าย ทาแล้วไม่มันเยิ้มและไม่ทำให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ ช่วงระหว่างวันหน้าก็ไม่เป็นคราบและไม่ดรอปลงด้วย ราคาเพียง 390 บาทเท่านั้น

ทำไมต้องใช้ ครีมกันแดด กันน้ำ ทุกวัน?

ครีมกันแดด uv ทำไมต้องใช้ ครีมกันแดด กันน้ำ ทุกวัน?

คำตอบง่าย ๆ คือ แสงอาทิตย์และรังสีอัลตราไวโอเลต UVA UVB เป็นหนึ่งในปัจจัยที่อันตรายที่สุดในการสร้างความเสียหายให้กับผิวพรรณของมนุษย์ นอกจากรังสี UVB และ UVA สามารถสร้างความเสียหายให้กับผิวพรรณของเราแล้ว มันยังสามารถทำให้เกิดมะเร็งได้อีกด้วย (คิดตามกันเล่น ๆ ดูนะ . . . เอาผักหรือเอาอาหารไปตากแดด แป๊ป ๆ ก็เน่า กินไม่ได้ . . . ร่างกายคนเราก็คล้าย ๆ กัน แต่จะส่งผลในระยะยาว)

ถ้าคุณไม่เริ่มทา ครีมกันแดด ตั้งแต่วันนี้ อีก 5 ปี, 10 ปี หรือเร็วกว่านั้น ผิวพรรณของคุณอาจจะดูแก่กว่าวัยได้ถึง 10-20 ปี และผิวพรรณยังดูคล้ำเสีย ไม่สดใส นี่ยังไม่นับรวมริ้วรอยและจุดด่างดำ ฝ้า กระ ที่มักจะมาควบคู่กันด้วย ถ้าอยากรู้ว่าแสงแดดทำให้หน้าแก่ได้ขนาดไหน คลิกที่นี่

ครีมกันแดด กันน้ำ ทำงานอย่างไร?

ดวงอาทิตย์ทำร้ายผิวของเราโดยเปร่งแสงอาทิตย์ที่มาพร้อมกับตัวการร้าย รังสีอัลตราไวโอเลต UVA และ UVB . . . แล้ว UVA และ UVB คืออะไร? แล้วมันต่างกันอย่างไร?

  • รังสี UVA (UVA = aging มีอายุมากขึ้น) เป็นสาเหตุทำให้เกิดริ้วรอยจุดด่างดำ ทำให้ผิวพรรณของเราแก่ขึ้น และเป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็งผิวหนัง (สังเกตุไหมทำไมชาวนา กรรมกร คนที่ทำงานเกี่ยวกับการขับรถ หรืออาชีพอะไรก็ตามที่ต้องโดนแดดบ่อย ๆ นั้น หน้าของพวกเขาส่วนใหญ่แก่กว่าวัย หมองคล้ำ ดูไม่น่ามองเท่าไหร่นัก) UVA นอกจากจะทำร้ายผิวชั้นนอกหรือ epidermis แล้ว ยังทะลุเข้าไปทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินที่เป็นโครงสร้างผิวในชั้น dermis อีกด้วย
  • รังสี UVB (UVB = burning เกิดการเผาไหม้) UVB ทำให้ผิวเราคล้ำ แทนลง ดำลง และอาจจะถึงขั้นไหม้จนเกิดอาการ แดง แสบ คัน นอกจากนั้น UVB ยังเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง UVB จะทำลายเซลล์ผิวเฉพาะบนชั้น epidermis หรือผิวชั้นนอกเท่านั้น แต่เพียงแค่ชั้นนอกก็ถือว่าเป็นอันตรายแล้วเพราะ เซลล์ผิวและ DNA ก็อยู่บนผิวชั้นนอกนี้เช่นกัน

ครีม กันแดด spf 50 pa+++ ทาหน้า UVA UVB

รู้อย่างนี้แล้วยังจะไม่สนใจเริ่มใช้ ครีมที่มีสรรพคุณป้องกันแสงแดด ทุกวันกันอีกหรือ? เพราะฉะนั้นถึงเวลาของ ครีมกันแดด ที่จะมาช่วยกู้ภัยจากอันตรายของรังสียูวีทั้งสองชนิด ซึ่งในโลกปัจจุบันชั้นบรรยากาศของโลกเราบางลงกว่าสมัยก่อนและยังคงบางลงเรื่อย ๆ ซึ่งส่งผลให้รังสี UVA และ UVB ที่หลุดรอดเข้ามามีความแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

สารกรองแสงซึ่งเป็นส่วนผสมของ ผลิตภัณฑ์กันแดด ทำหน้าที่ป้องกันรังสี UV ด้วยการรวมตัวและทำงานร่วมกันของสารกรองแสง ซึ่งจะเกิดบนผิวหนังของคุณ มีทั้งแบบสะท้อนรังสีออกไปและแบบดูดซับรังสี UV การทา ผลิตภัณฑ์ ครีมกันแดด กันน้ำ ทุกวันป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากรังสี UVA และ UVB โดยเฉพาะถ้าคุณต้องทำงานกลางแจ้งหรือออกไปโดนแดดอยู่เป็นประจำหรือแม้กระทั่งขับรถตอนกลางวันบ่อย ๆ

สำหรับคนที่ทำงานในบริษัทหรือที่ใดก็ตามที่อยู่ในห้องกระจกหรือมีหน้าต่างที่ทำให้แสงส่องมาถึงตัวคุณได้ การทาครีมกันแดด uv มันก็เป็นสิ่งที่ช่วยได้เยอะอยู่ดี เพราะรู้หรือไม่ว่า? UVA ตัวการร้ายเร่งอายุของผิวพรรณคุณนั้นสามารถทะลุกระจกธรรมดาได้สบาย ๆ แม้กระทั่งกระจกคุณภาพสูง ราคาแพงลิบ ก็ยังไม่สามารถกันรังสี UVA จากแสงแดดได้ 100%

ครีมกันแดด UVA

จากสื่อต่าง ๆ คุณอาจจะเห็นผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มต่าง ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาหน้าแก่ก่อนวัย, จุดด่างดำ, และปัญหาผิวต่าง ๆ มากมาย ซึ่งทำให้คุณอาจคิดว่าการบำรุงนั้นได้ผลดีกว่าและสำคัญกว่าการปกป้องผิวด้วย ครีมกันแดด . . . บอกได้คำเดียวเลย ว่า ผิดถนัด! เพราะ ไม่มียาวิเศษหรือโลชั่นขั้นเทพตัวไหนจะดีไปกว่าการปกป้องผิวพรรณด้วยการใช้ครีมกันแดด uv อีกแล้ว ดั่งสุภาษิตที่ว่า “กันไว้ดีกว่าแก้” ซึ่งนำมาประยุกต์กับคนเราสมัยนี้ได้เต็ม ๆ

มันจะง่ายกว่า (และประหยัดกว่า) ไหม ถ้าป้องกันเสียแต่วันนี้ ป้องกันหน้าแก่ ป้องกันจุดด่างดำ ป้องกันปัญหาของผิวพรรณต่าง ๆ ที่มาจากแสงแดด แทนที่จะไปซื้อครีมแพงแสนแพงมาใช้ หรือการไปทำเลเซอร์และการทำทรีทเม้นท์หน้าราคามหาโหด โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้ผลจริงกับตัวคุณหรือเปล่า

ครีมกันแดด กันน้ำ ไม่ใช่ One Stop Service ในการปกป้องคุณจากแสงแดด

ครีมกันแดด uv ไม่ใช่ One Stop Service

ถึงแม้ว่า Sun Screen จะปกป้องคุณจากภัยร้ายที่มาจากแสงแดดได้ดีเท่าไหร่ก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้หมายถึงจะปกป้องคุณได้ 100% จากแสงอาทิตย์และจำนวนเฉดของรังสีทั้งหมด (หรือที่เรียกกันว่า full spectrum ประมาณว่าคล้าย ๆ เฉดสีทั้งหมดที่ออกมาจากแสงที่สายตาเรามองไม่เห็น)

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด uv ที่เขียนกำกับว่า Broad Spectrum ที่เหมือนจะบอกผู้บริโภคว่าครีมตัวนี้สามารถป้องกันได้ 100% เต็ม จริง ๆ แล้วครีมที่กำกับว่า broad spectrum ไม่ได้กันแดดได้ 100% เต็ม แต่กันได้ทั้ง UVA และ UVB ซึ่งสมัยนี้สามารถหาได้จากสารกันแดดจำพวก physical sunscreen (อยากรู้ความแตกต่างของ physical และ chemical sunscreen คลิกอ่านที่นี่)

ความสามารถในการป้องกันรังสี UV ยังลดถอนประสิทธิภาพลงด้วยหลาย ๆ ปัจจัย ตัวอย่างเช่น ครีมกันแดดทุกตัวนั้นต้องทาซ้ำเพื่อที่จะคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพของการป้องกันแสงแดด ซึ่งก็มีผู้ผลิตที่มักง่ายลดความทนทานต่อแสงแดดลงด้วยการใส่ส่วนผสมที่ราคาถูกเพื่อลดต้นทุนการผลิตลงเพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น หรือบางผลิตภัณฑ์ทำให้หน้ามันเหนียวเหนอะหนะมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป.

ดังนั้น จะให้ดีที่สุดทากันแดดร่วมกับการใส่หมวก (เมื่อออกแดดนะ ถ้าใส่อยู่ในตึกหรือในบ้าน อาจจะโดนหาว่าบ้าได้) ขับรถที่มีฟิล์มกรอกแสง, ใส่แว่นตากันแดด, ใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดแขนขาในขณะอยู่กลางแจ้ง เป็นต้น ที่สำคัญจำไว้ว่าแดดที่แรงที่สุดอยู่ในช่วง 10 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น

spf คืออะไร คนรักผิวต้องรู้

spf คืออะไร

SPF คืออะไร – ในยุคปัจจุบันเกือบทุกผลิตภัณฑ์ที่เอาไว้ทาผิวของคนเรา คุณจะเห็นคำว่า SPF โดดเด่นเห็นชัดอยู่ด้านหน้าของผลิตภัณฑ์เสมอ ไม่เพียงเฉพาะครีมกันแดดเท่านั้นที่มีค่าเอสพีเอฟกำกับ / ครีมบำรุงโลชั่น เซรั่มต่าง ๆ หรือครีมจำพวกปกปิดริ้วรอยอย่าง BB ครีม CC ครีม ฯลฯ ก็มีค่าเอสพีเอฟกำกับกันทั้งนั้น . . . แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟเนั้นมันช่วยปกป้องผิวเราอย่างไร? , จากอะไร? ในบทความนี้ทีมงานเราจะมาเจาะลึกแบบสุด ๆ เอาให้คุณรู้แจ่มแจ้งไปเลย ว่า spf คืออะไรกันแน่

SPF ย่อมาจากอะไร

spf คืออะไร  เอสพีเอฟย่อมาจาก Sun Protection Factor ถ้าแปลเป็นไทยก็คือ ปัจจัยการป้องกันแสงแดด ซึ่งในหลักสากลนั้นจะใส่เป็นตัวเลขตั้งแต่ 1 ขึ้นไป อย่างที่เราเห็นกันในท้องตลาดก็จะมีตั้งแต่ตำกว่า 10 ขึ้นไปจนถึง 100 กว่าเลยทีเดียว โดยตัวเลขที่สูงนั้นจะบ่งบอกถึงการประสิทธิภาพการทำงานและความยาวนานในการ ป้องกันแดดของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ

ค่า SPF ป้องกันผิวจากอะไร

spf คืออะไร SPF ป้องกันผิวจากอะไร

เอสพีเอฟปกป้องผิวของคุณเฉพาะแค่ UVB เท่านั้น (เน้นนะ  UVB เท่านั้น) ซึ่ง UVB ทำอันตรายกับผิวภายนอกของเท่านั้น ซึ่ง UVB จะทำให้ผิวแทนลง (เพราะว่าเม็ดสีเมลานินไปก่อตัวในบริเวณที่โดนแดด ทำการต่อสู้กับอันตรายของรังสี UVB) ถ้าได้รับ UVB มาก ๆ จะทำให้ผิวของเรานั้นไหม้ได้ (คนที่อยู่ในเมืองไทย น้อยคนคงได้สัมผัสกับอาการผิวไหม้ เพราะส่วนใหญ่จะเกิดกับผู้ที่ไปอาบแดดเป็นเวลานาน ๆ โดยไม่ใช้ครีมกันแดด)

ซึ่งขอให้เข้าใจด้วยนะ ว่า UVB นั้นไม่ได้ส่งผลทำให้ผิวของเราแก่ก่อนวัยหรือเกิดริ้วรอยจุดด่างดำ หรือมะเร็งผิว Photoaging (อาการแก่ก่อนวัย), Pigmentations (จุดด่างดำ)และ Skin cancer (มะเร็งผิว) ล้วนเกิดจากรังสี UVA ซึ่ง ผลิตภัณฑ์ที่มีค่าเอสพีเอฟอย่างเดียวไม่ได้ช่วยป้องกัน UVA แต่อย่างใด (ค่า PA ต่างหากเป็นตัวที่บ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์สามารถป้องกัน UVA ได้)

แต่ข้อเสียของผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบหรือสารกรองแสงที่สามารถป้องกัน UVA ได้ก็คือ คุณจะได้ผลลัพธ์ด้านความงามลดลง เช่น หน้าวอก หน้ามัน แต่งหน้าไม่ติด และจะมีราคาสูงกว่ามาก เวลาเลือกซื้อ ครีมกันแดด กันน้ำ แนะนำว่าไม่ต้องไปให้ความสำคัญกับค่าเอสพีเอฟเท่าไหร่ ขอแค่ 30 ขึ้นไป ก็โอเคแล้ว แต่สิ่งที่ควรมองหาเป็นอันดับแรกก็คือ ครีมกันแดดที่คุณเลือกซื้อมีสารกรองแสงแบบ Physical อยู่รึเปล่า (Zinc Oxide หรือ Titatanium Dioxide) ซึ่งสารกรองแสงเหล่านี้สามารถช่วยป้องกัน UVA ได้ (มีสารกรองแสงแบบ Chemical บางตัวที่องค์การอาหารและยานานาชาติประกาศว่าสามารถป้องกัน UVA ได้ แต่จำแค่แบบ Physical ก็พอแล้ว)

SPF ทำงานอย่างไร

spf คืออะไร SPF ทำงานอย่างไร

spf คืออะไร ? ตรงนี้จะขอยกตัวอย่างให้เข้าใจกันง่าย ๆ นะ 

  • นาย A อยู่กลางแดดโดยไม่ทาครีมอะไรเลย 10 นาที ผิวจะไหม้ แดง เกิดอาการคันและแสบ

นาย A ใช้ครีมกันแดดที่มีเอสพีเอฟ 50 = นาย A จะอยู่กลางแดดได้โดยผิวจะไม่ไหม้ ได้เป็นเวลา 500 นาที หมายความว่า 10×50 = 500 นั่นเอง

อีกตัวอย่างเผื่อใครงง

  • นาย B อยู่กลางแดดโดยไม่ทาครีมอะไรเลย 5 นาที ผิวจะไหม้ แดง เกิดอาการคันและแสบ

นาย B ใช้ครีมกันแดดที่มีเอสพีเอฟ 50 = นาย B จะอยู่กลางแดดได้โดยผิวจะไม่ไหม้ ได้เป็นเวลา 250 นาที หมายความว่า 5×50 = 250 นั่นเอง

ซึ่งบางผลิตภัณฑ์นั้นเวลาโฆษณามักจะใช้คำชักชวนจูงใจว่ากันได้มากกว่าถึง 50 เท่า ซึ่งผู้ชมผู้อ่านโฆษณามักจะถูกจูงจมูกว่าผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ดีมาก กันแดดได้ดีกว่าตั้ง 50 เท่าแหนะ ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ มันก็ไม่ได้ต่างไปจากครีมที่มีค่าเอสพีเอฟ 30 40 เท่าไหร่นัก (คุณอ่านต่อไปจะรู้ว่า SPF 30 กับ 50 นั้น ประสิทธิภาพในการป้องกันต่างกันแต่นิ๊ดดดดเดียวจริง ๆ) และป้องกันได้นานกว่านิดหน่อยเท่านั้น แต่ส่วนมากจะตามมาซึ่งราคาที่สูงขึ้น (ซึ่งครีมกันแดดนั้นยังไงก็ต้อง ทาซ้ำทุก ๆ 2-3 ชั่วโมงอยู่แล้วเพื่อคงประสิทธิภาพในการป้องกัน แล้วมันจะต่างอะไรหากป้องกันได้ 500 นาที 1000 นาที . . . จริงไหม)

SPF ยิ่งสูงยิ่งมีประสิทธิภาพจริงหรือ

ครีม กันแดด spf 50 pa+++ ทาหน้า SPF ยิ่งสูงยิ่งมีประสิทธิภาพจริงหรือ

ตรงนี้เราจะเอาตารางเปรียบเทียบประสิทธิภาพการป้องกันของค่าเอสพีเอฟมาให้ดูกัน

  • ค่าเอสพีเอฟเท่ากับ 2 จะป้องกัน UVB ได้ 50%
  • ค่าเอสพีเอฟเท่ากับ 4 จะป้องกัน UVB ได้ 75%
  • ค่าเอสพีเอฟเท่ากับ 8 จะป้องกัน UVB ได้ 87.5%
  • ค่าเอสพีเอฟเท่ากับ 15 จะป้องกัน UVB ได้ 93.3%
  • ค่าเอสพีเอฟเท่ากับ 20 จะป้องกัน UVB ได้ 95%
  • ค่าเอสพีเอฟเท่ากับ 30 จะป้องกัน UVB ได้ 97%
  • ค่าเอสพีเอฟเท่ากับ 45 จะป้องกัน UVB ได้ 97.5%
  • ค่าเอสพีเอฟเท่ากับ 50 จะป้องกัน UVB ได้ 98%
  • ค่าเอสพีเอฟเท่ากับ 100 จะป้องกัน UVB ได้ 98.5%

(เห็นได้ชัดว่าหลังจากเอสพีเอฟ 30 ขึ้นไปนั้นการป้องกันแทบไม่ต่างกันเลย ซึ่งนั่นหมายความว่าใช้ครีมที่มีส่วนผสมของสารกันแดด SPF 30 ขึ้นไป ก็เพียงพอนะจ้า) มีอีกวิธีที่ทำให้เข้าใจการป้องกันของค่าเอสพีเอฟได้ง่าย ๆ ก็คือ

  • SPF 15 (การป้องกัน 93%) ปล่อยให้โปรตอนของแสงแดดผ่านเข้ามา 7 ตัว จาก 100 ตัว (ค่าสมมุติ)
  • SPF 30 (การป้องกัน 97%) ปล่อยให้โปรตอนของแสงแดดผ่านเข้ามา 3 ตัว จาก 100 ตัว (ค่าสมมุติ)

ถ้าหากอ่านมาทั้งหมดนี้ยังไม่เข้าอีก เราแนะนำสั้น ๆ กันแล้วกันนะ ว่าจะให้ดีใช้ครีมกันแดดที่มีเอสพีเอฟตั้งแต่ 30 ขึ้นไปเพื่อป้องกันผิวพรรณสุดที่รักของคุณจากแสงแดด

เห็นได้ชัด ว่าเอสพีเอฟตั้งแต่ 30 ขึ้นไปประสิทธิภาพในการป้องกันนั้นไม่ได้ต่างกันมากเท่าไหร่นัก เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปยึดติดอะไรมาก กับค่าเอสพีเอฟ / ที่อยากจะให้ดูจริง ๆ คือความเหมาะสมของผิวคุณกับครีมกันแดด เช่น ผลลัพธ์ด้านความงามหลังทาเสร็จ (ทำให้ขาวหรือวอกเกินไปไหม, ใช้เครื่องสำอางติดไหม หรือ ลอกออกไหม), เมื่อเวลาผ่านไปแล้วหน้ามันหรือแห้งเกินไปไหม ใช้แล้วรู้สึกหนักไหม, เป็น physical sunscreen ไหม หรือ ถ้าจะให้ดีดูที่ส่วนผสมจะดีที่สุดว่าสามารถกันได้ทั้ง UVA และ UVB หรือไม่ (มี Titanium Dioxide หรือ Zinc Oxide ไหม)

ครีมกันแดด กันน้ำ แบบ Physical ต่างกับ Chemical อย่างไร

ครีมกันแดด uv แบบ physical นั้นออกมามากมายหลายแบรนด์ในท้องตลาด รวมทั้งแบรนด์ยักษ์ใหญ่หลายเจ้าที่ออกในสื่อโฆษณาทีวีด้วย ทำให้หลาย ๆ คนสงสัยกันว่ามันคืออะไรกันแน่ แล้วแบบอื่นของครีมกันแดดนั้นคืออะไร? วันนี้เราจะมาเจาะกันถึงความแตกต่างของครีมกันแดดแบบ physical และแบบที่เหลือนั่นก็คือแบบ chemical กัน

ในปัจจุบันนั้น ครีมกันแดด uv สามารถแบ่งง่าย ๆ ออกได้เป็น 2 ประเภท คือประเภท physical และ chemical . . . ครีมกันแดดแบบ physical นั้นใช้สารกรองแสงแบบกายภาพ ขณะที่กันแดดประเภท chemical นั้นใช้สารกรองแสงจำพวกสารเคมี

spf คืออะไร สารกรองแสงแดดนี้คืออะไร

สารกรองแสงแดดนี้คืออะไร?สารกรองแสงก็คือส่วนผสมของครีมกันแดดที่ออกฤทธิ์เป็นตัวป้องกันผิวพรรณจากแสงแดดนั่นเอง ซึ่งก็มีครีมกันแดดบางยี่ห้อ ใช้ส่วนประกอบของทั้ง physical และ chemical ในครีมกันแดด uv ตัวเดียวกัน อยู่ที่ว่าจะใช้แบบไหนมากหรือน้อยกว่ากันและแบ่งการใส่ในอัตราเท่าไร ASEAN Sun Series จะอธิบายข้อแตกต่างระหว่างครีมกันแดดประเภท physical และ chemical ให้เห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในตารางข้างล่าง

ครีมกันแดดแบบ Physical vs ครีมกันแดดแบบ Chemical

ครีมกันแดด Physical ครีมกันแดด Chemical
ความแตกต่างของการทำงาน ครีมกันแดดประเภท physical ป้องกันผิวของคุณโดยการสะท้อนและบล็อครังสียูวีจากแสงแดด ครีมกันแดดประเภท chemical จะทำการดูดซึมรังสียูวีจากแสงแดดมากักเก็บไว้ ไม่ยอมให้ผ่านไปทำร้ายผิวหนัง ซึ่งในบางผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารกรองแสงแบบ chemical ใช้การกระจายรังสียูวีออกไปแล้วจึงกักเก็บ แต่ส่วนใหญ่ใช้แบบดูดซึมธรรมดา เพราะผลลัพธ์การป้องกันนั้นไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก
ส่วนประกอบสารกรองแสง (สารออกฤทธ์ป้องกันแดดในผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด) Titanium dioxide (TiO2), Zinc oxide (ZnO)
  • Octylcrylene
  • Avobenzone
  • Octinoxate
  • Octisalate
  • Oxybenzone
  • Homosalate
  • Helioplex
  • 4-MBC
  • Mexoryl SX and XL
  • Tinosorb S and M
  • Uvinul T 150
  • Uvinul A Plus
ความคงทนต่อแสงแดด (สารกรองแสงบางตัวเมื่อโดนแสงแดดจะลดประสิทธิภาพลง) มีความคงทนต่อแสงแดดสูงเมื่อเวลาผ่านไป ส่วนมากมีความคงทนต่อแสงแดดในระดับดี-สูง แต่มีสารกรองแสงบางตัวเช่น Avobenzone ที่ได้ถูกวิจัยว่ามีความคงทนต่อแสงแดดต่ำ ต้องเอาไปทำงานผสมกับสารตัวอื่นถึงจะได้ผลที่ดีขึ้น
การระคายเคืองต่อผิวหนัง Zinc oxide ปลอดภัยสูงมากและถูกใช้เป็นส่วนประกอบหนึ่งในผ้าอ้อมเด็กTitanium dioxide นั้นหากผู้ใช้มีอาการแพ้ครีมบำรุงหรืออะไรก็แล้วแต่ที่มาจากธรรมชาติ (พบได้น้อยมาก) ผู้ใช้ก็อาจจะมีโอกาสจะเกิดการระคายเคืองจากครีมกันแดดที่มีสารกรองแสงตัว นี้เป็นส่วนผสม สารกรองแสงประเภท chemical โดยปกติจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย ถ้าเข้าตาผู้ใช้ สามารถทำให้เกิดการระคายเคืองและแสบได้ ในผู้ใช้บางคนที่มีการแพ้สารเคมีบางชนิด อาจเกิดอาการแพ้รุนแรงได้
ความแตกต่างในการป้องกัน Zinc oxide ป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB, ส่วน Titanium dioxide สามารถกันได้ทั้ง UVA และ UVB เช่นกัน แต่สำหรับ UVA หากเวลาผ่านไปอาจจะมีรังสีบางส่วนหลุดรอดมาทำร้ายผิวได้ และเมื่อทาแล้วสามารถออกแดดได้เลยโดยไม่ต้องรอ ครีมกันแดดประเภท chemical นั้น สารกรองแสงบางตัวปกป้องได้ดี แต่บางตัวก็ด้อยกว่าขึ้นอยู่กับการใช้สารตัวไหนเป็นส่วนประกอบในครีมกันแดด ตัวอย่างเช่น Avebenzone ปกป้องได้ดีทั้ง UVA และ UVB แต่ต้องแลกมาด้วยความไม่ทนทานต่อแสงแดด (ออกแดดแป็ปเดียวความสามารถในการป้องกันลดลง) และครีมกันแดดประเภท chemical นั้น ต้องทาทิ้งไว้ 20 นาทีก่อนออกแดด
ความแตกต่างของเนื้อครีมกันแดด มีความหนาและสีไม่โปร่งแสงนัก เมื่อทาแล้วอาจจะทำให้เกิดอาการที่เรียกง่าย ๆ ว่า “วอก” ได้ แต่ส่วนใหญ่ครีมกันแดดสมัยใหม่มักจะใช้สีที่ใกล้เคียงกับผิวมนุษย์ในภูมิภาคนั้น ๆ เข้าไปเผื่อไม่ให้เกิดอาการผิววอก อย่างเช่น สีเบจสำหรับคนเอเชีย หรือสีขาวสำหรับคนยุโรป เนื้อครีมล้างออกง่าย ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เนื้อครีมเหลวคล้ายน้ำ แต่ขึ้นอยู่กับสูตรส่วนผสมของแต่ละยี่ห้อ บางตัวอาจจะเหนอะหนะหรือทำให้เกิดอาการวอกได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับสูตรส่วนผสม
ความแต่งต่างของครีมกันแดดด้านความปลอดภัย ได้รับการรับรองจาก FDA มีความปลอดภัย 100% ไม่ก่อให้เกิด free radical (อนุมูลอิสระ ตัวการทำให้แก่ก่อนวัยและทำลายเซลล์ผิวของมนุษย์) โดยทั่วไปจะปลอดภัย แต่สารกรองแสงบางตัวก่อให้เกิด อาการระคายเคือง ทำร้ายเซลล์ผิวและก่อให้เกิดอนุมูลอิสระซึ่งเป็นตัวการเร่งอายุของผิว ซึ่งโดยปกติคนเอเชียใช้กันแดดเพื่อป้องกันการหมองคล้ำ กันแดดทำร้ายเซลล์ผิว หรือป้องกันการแก่ก่อนวัย การเลือกใช้ครีมกันแดดแบบ chemical อาจจะให้ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ต้องการก็ได้

นี่ก็เป็นข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ ครีมกันแดด กันน้ำ ซึ่งทุกคนที่ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำหรือกำลังจะเริ่มใช้น่าจะรู้ไว้บ้าง เผื่อในอนาคตอาจนำไปช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดได้อย่างถูกต้อง และตรงความต้องการของคุณ ถ้าหากคุณไม่รู้ว่าตัวไหนเป็นครีมกันแดดประเภทไหนก็ให้หันดูข้างหลังในส่วนของสารประกอบ หากไม่มี Zinc oxide หรือ Titanium dioxide ก็ให้เดาไปก่อนว่าเป็นแบบ chemical แต่ถ้าครีมกันแดดยี่ห้อไหนไม่เขียนส่วนประกอบลงในผลิตภัณฑ์ก็ตัวใครตัวมันหละ  ไม่รู้ว่าเอาอะไรผสมมาให้ทาหน้า ทาตัว ที่สำคัญที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวต้องมี เลขที่จดแจ้งจาก อย. กำกับด้วยนะ 

ทั้งนี้ทั้งนั้นครีมกันแดดเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ทุกวัน แถมบางวันยังอาจจะต้องทาถึง 2 หรือ 3 ครั้ง เพราะฉะนั้นเลือกครีมที่เหมาะกับเราให้ความรู้สึกที่มั่นใจสบายผิวจะดีที่สุดนะ  ทีนี้ก็รู้กันกระจ่างแล้วนะ ว่าจริง ๆ แล้ว SPF คืออะไร ต่อไปเลือกซื้อครีมกันแดด ก็อย่ามองดูกันแต่ค่าเอสพีเอฟอย่างเดียวนะ  ^_^

อ้างอิง :  

 

เพิ่มความคิดเห็นของคุณลงใน "Patcharapa" เว็บไซต์ของ "วัยรุ่นหน้าใส"