วิธีรักษาหลุมสิว ถ้าปัญหาสิวบนใบหน้าถือว่าเป็นปัญหาที่กวนใจด้านความสวยความงามที่สุดแล้ว แต่คนใดที่ต้องเผชิญกับปัญหา “หลุมสิว” อีกด้วย เชื่อว่ายิ่งทวีความเครียดและหมดความมั่นใจในตนเองนับร้อยเท่าเลยทีเดียว ซึ่งหลุมสิวนั้นมาได้อย่างไรและจะมีวิธีรักษาแบบใดบ้าง เรามีคำอธิบายและคำแนะนำดังต่อไปนี้

ระดับความรุนแรงของหลุมสิว

วิธีรักษาหลุมสิว ระดับความรุนแรงของหลุมสิว

หลุมสิว คือรอยแผลเป็นจากสิวอักเสบที่กินพื้นที่ลุกลามไปลงถึงผิวหนังชั้นใน จนทำให้เนื้อบริเวณนั้นหายเป็นหลุมเป็นบ่อ โดยมีระดับความรุนแรง 3 ระดับ ดังนี้

  1. ระดับ Rolling scar (ระดับทั่วไป) หลุมสิวมีลักษณะตื้นๆ เป็นแอ่งเว้าลงไป อยู่บริเวณพื้นที่ส่วนบนของผิวหนังเล็กน้อย มักจะเกิดจากการบีบสิวอย่างผิดวิธีหรือแกะเกาจนเกิดรอยแผลเป็น หลุมสิวระดับนี้สามารถรักษาได้โดยง่ายด้วยการใช้ยาทา
  2. ระดับ Box scar (ระดับรุนแรงปานกลาง) หลุมสิวมีลักษณะเป็นบ่อที่มีขอบหลุมชัดเจน และมีพื้นที่กว้างกว่าระดับ Ice pick scar แต่มีความตื้นมากกว่า เนื่องจากอยู่แค่เพียงความลึกระดับชั้นผิวเท่านั้น หลุมสิวระดับนี้สามารถรักษาได้โดยการใช้ยาทาควบคู่ไปกับการทำทรีทเม้นท์
  3. ระดับ Ice pick scar (ระดับรุนแรงมากที่สุด) หลุมสิวมีลักษณะเป็นหลุมลึกที่มีปากแคบ ซึ่งรักษาได้ยากมาก เนื่องจากเป็นหลุมที่กินลึกลงไป ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาในการฟื้นฟูผิวจนเต็มนานพอสมควร หลุมสิวระดับนี้ไม่สามารถรักษาได้ด้วยการใช้แค่เพียงยาทา แต่จะต้องทำเลเซอร์หรือศัลยกรรมจึงจะเห็นผลชัดเจนมากขึ้น

วิธีรักษาหลุมสิว

วิธีการรักษาหลุมสิว

วิธีการรักษาหลุมสิว การรักษาหลุมสิวบนใบหน้าสามารถแบ่งตามแนวทางปฏิบัติหลักๆ ได้ 4 ประการ โดยส่วนใหญ่ควรอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ หรือสถานเสริมความงามที่ได้รับการรับรองจากอย. และมีแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญให้บริการจริงๆ เพื่อความปลอดภัยนั่นเอง

1. วิธีรักษาหลุมสิว

วิธีรักษาหลุมสิว ธีการรักษาหลุมสิว 2

วิธีรักษาหลุมสิว อย่างแรก การใช้ยา เหมาะสำหรับการรักษาหลุมสิวที่มีรอยหลุมตื้นๆ

  • การลอกผิวด้วยกรดผลไม้ เช่น AHA BHA และ PHA เป็นต้น ช่วยทำให้เซลล์ผิวหนังชั้นบนหลุดลอกออก จนทำให้เกิดการฟื้นฟูซ่อมแซมผิวตนเอง หลุมสิวจึงดูตื้นขึ้น
  • การแต้มกรด TCA ช่วยเร่งเซลล์ผิวใหม่ให้เกิดการแบ่งตัวเร็วขึ้น จึงทำให้หลุมสิวค่อยๆ ตื้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยใช้เวลาในการรักษา 3 – 6 เดือน
  • การใช้กรดวิตามินเอและยาที่อยู่ในกลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นใต้ผิวหนัง ซึ่งทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • การทาครีมลบรอยแผลเป็น มักจะมีส่วนผสมของวิตามินอี AHA และ BHA สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้เช่นกัน แต่มีความปลอดภัยสูงกว่าการใช้กรดวิตามินเอหรือยาที่อยู่ในกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ

2. การศัลยกรรม วิธีรักษาหลุมสิว

วิธีรักษาหลุมสิว 2. การศัลยกรรมรักษาหลุมสิว

  • Punch excision เป็นการผ่าตัดหลุมสิวให้แยกออกแล้วเย็บแผลให้ติดกัน สำหรับหลุมสิวระดับ Box scar และ Ice pick scar
  • Punch elevation เป็นการผ่าตัดหลุมสิวโดยยกเนื้อบริเวณหลุมสิวให้ขึ้นมาอยู่ระดับเดียวกับผิวหนังทั่วไป แล้วเย็บให้เนื้อติดกับระดับนั้น สำหรับหลุมสิวระดับ Box scar
  • การรักษาหลุมสิว Punch grafting เป็นการนำเนื้อบริเวณที่อื่นมาปิดหลุมสิว จากนั้นทำการเย็บเพื่อให้เนื้อเยื่อเจริญเติบโตเพื่อปิดหลุมสิว สำหรับหลุมสิวที่มีความลึกไม่สม่ำเสมอระดับ Box scar และ Ice pick scar
  • Elliptical excision เป็นการผ่าตัดหรือกรีดหลุมสิวและเย็บแผลให้ติดกัน ซึ่งทำให้เกิดแผลเป็นขนาดเล็กๆ แต่ไม่น่ากังวลใจ หากกระทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญเท่านั้น
  • การทำ Subcision เป็นการเลาะพังผืดใต้หลุมสิว โดยแพทย์จะทำการสอดเข็มลักษณะพิเศษลงไปใต้ผิวหนัง เพื่อทำการตัดพังผืดใต้ผิวหนัง แล้วค่อยๆ เซาะทีละหลุมจนทั่วใบหน้า หลังจากหลุมสิวจึงจะตื้นขึ้น แต่วิธีนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไร เนื่องจากอาจจะมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
  • รักษาหลุมสิวที่ไหนดี การฉีดฟิลเลอร์ เป็นการรักษาหลุมสิวระดับตื้นจนถึงลึกปานกลางแบบชั่วคราว เพราะสารฟิลเลอร์ที่นำมาใช้สามารถเสื่อมสลายไปได้เอง โดยสารฟิลเลอร์ที่นิยมนำมาใช้ได้แก่ ไฮยารูลอนิก แอซิด (Hyaluronic acid) และก่อให้เกิดอาการแพ้ได้น้อยกว่าคอลลาเจน ซึ่งวิธีนี้ค่อนข้างเห็นผลชัดเจนถึง 30 – 70%
  • การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี หรือที่เรียกกันว่า Microdermabrasion (MD) ช่วยให้หลุมสิวตื้นๆ นั้นเต็มไวขึ้น โดยไม่ก่อให้เกิดรอยแผลเป็น แต่จะต้องทำซ้ำหลายๆ ครั้งจึงจะเห็นผล

3. การทำเลเซอร์ วิธีรักษาหลุมสิว

วิธีรักษาหลุมสิว 3. การทำเลเซอร์รักษาหลุมสิวเลเซอร์ หลุมสิว pantip มีหลากหลายชนิดด้วยกัน ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ แต่มีข้อควรระวังบางประการ ได้แก่ จะต้องกระทำโดยแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และหลังจากทำแล้วควรงดการเผชิญกับแสงแดด เนื่องจากผิวหน้าจะไวต่อแสงมากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้หน้าไหม้ได้

  • เลเซอร์ หลุมสิว pantip ด้วยคลื่นวิทยุ เป็นการส่งพลังงานผ่านเข้าชั้นผิวหนัง เพื่อไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นใต้ผิวหนังแล้วทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น โดยมีผลข้างเคียงน้อย แต่ราคาค่อนข้างสูงและควรจะต้องทำซ้ำ 4 – 5 ครั้ง
  • การทำ IPL เป็นการใช้คลื่นแสงที่มีความเข้มข้นเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งวิธีนี้เหมาะสำหรับหลุมสิวที่มีระดับความรุนแรงทั่วไป (Rolling scar)
  • การทำเลเซอร์ Fractional CO2 เป็นเลเซอร์ที่ให้ผลลัพธ์ดี เหมาะสำหรับผู้ที่มีหลุมสิวกว้างและลึกมากๆ แต่มีข้อเสียคือค่อนข้างรุนแรง ซึ่งต้องใช้เวลาพักฟื้นใบหน้านานเป็นเดือน ก่อนที่เซลล์ผิวจะค่อยๆ ฟื้นฟูตัวเองและสร้างตัวขึ้นใหม่ตามธรรมชาติ
  • การทำเลเซอร์ Fraxel เป็นเลเซอร์ที่ให้ผลดีสมกับราคาที่ค่อนข้างสูง โดยใช้คลื่นแสงที่มีอนุภาคขนาดเล็กมากเข้าไปกระตุ้นเซลล์ผิวให้ซ่อมแซมตัวเอง จนทำให้หลุมสิวนั้นดูตื้นขึ้น แต่จะมีอาการเจ็บบ้างเล็กน้อย และต้องหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดด
  • เลเซอร์ หลุมสิว pantip เป็นเลเซอร์ที่ได้รับความนิยมมากเลยทีเดียว เนื่องจากได้ผลดีกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำ IPL แต่ขณะที่ทำจำเป็นต้องใช้ยาชาเพื่อลดความเจ็บปวด พร้อมกับการหลีกเลี่ยงเผชิญกับแสงแดด

3 วิธีรักษาหลุมสิว ด้วยเลเซอร์รักษาหลุมสิว 

วิธีรักษาหลุมสิว เลเซอร์หลุมสิว

เลเซอร์หลุมสิว 3 วิธีการเลเซอร์รักษาหลุมสิว วิธีรักษาหลุมสิวที่ดีต่อใจ ใช่แล้วดี คงไม่มีใครที่ไม่เคยมีสิวบนใบหน้า ถ้าใครเคยเป็นนั่นก็แปลว่า รักษาและคงความสะอาดได้ดีมาก แต่ใครที่เป็นก็ไม่ได้แปลว่าเราสกปรก แต่อาจจะเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ที่ไปทำให้เกิดการกระตุ้นฮอร์โมน และทำให้เกิดสิวขึ้นได้

ซึ่งถ้าเราปล่อยสิวให้มันเกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้รับการแก้ไขที่ถูกวิธีละก็ สิวก็จะลุกลามไปทั่วไปหน้า และจะทำให้เกิดปัญหามากมายตามมา เพราะฉะนั้นควรดูแล และเอาใจใส่ ผิวเป็นพิเศษ เมื่อมีสิวเกิดขึ้น ซึ่งก็มีหลายๆ คนที่เจอปัญหานี้ และได้รับสมญานามตามใบหน้า เช่น หน้าพระจันทร์ หน้าลูกรัง หรืออะไรต่างๆ นานา ที่จะทำให้เกิดการเจ็บช้ำน้ำใจได้

บางคนอาจจะไปแก้ไขโดยการใช้ครีม ซึ่งก็เป็นวิธีที่ยอดฮิตและใช้ได้จริง แต่ก็มีอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ใช้ครีมแล้วยังไงสิวก็ยังไม่หาย วันนี้เลยจะมาแนะนำ วิธีการทำหลายคนรู้จัก และเริ่มแพร่หลายกันมากขึ้น นั่นก็คือ “การทำเลเซอร์สิว” การทำเลเซอร์ผิวอาจจะดูอันตราย ดูน่ากลัว แต่ด้วยความที่ปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีมากมายที่ได้ออกมา และได้รับการยืนยันจากเสียงส่วนมากแล้วว่า สามารถใช้ได้จริงโดยไม่มีอันตรายใดๆ เพราะสิ่งที่อันตรายกว่า ก็คือการที่เราปล่อยให้สิวเป็นอยู่แบบนั้นโดยไม่ได้รับการแก้ไข

วิธีรักษาหลุมสิว ด้วยการทำเลเซอร์คืออะไร?

การทำเลเซอร์สิว คืออะไร

การทำเลเซอร์สิว คือการทำงานของเลเซอร์ ที่ทำโดยการฉายแสงไปที่เซลล์ผิวหนังที่เกิดสิว จนทำให้ผิวหนังเกิดความร้อนและจะทำให้เซลล์สิวนั้นตายไปได้ในที่สุด และด้วยความที่มนุษย์ได้พัฒนามาจนถึงว่า สามารถยิงเลเซอร์ให้ความร้อนได้โดยที่ไม่เกิดผลกระทบต่อผิวหนัง และบริเวณโดยรอบเลยแม้แต่น้อย เพราะฉะนั้นความเสี่ยงที่เกิดจากการทำเลอร์สิวนั้นแทบไม่มีเลย

ประเภทของเลเซอร์กำจัดสิว

วิธีรักษาหลุมสิว รักษาหลุมสิวด้วยการเลเซอร์ CO2

1. รักษาหลุมสิวด้วยการเลเซอร์ CO2

เป็นที่คุ้นกันดี เพราะ CO2 นั่นก็คือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่คนเราหายใจออกมานั่นแหละ ซึ่งการทำงานของมันคือ ใช้ในการเปิดหัวสิว ซึ่งตัวนี้จะไปทำหน้าที่ทำให้หัวสิวเปิดออกมา และทำให้ระบายสิวออกไปได้ง่าย จากนั้นก็นำสิวออกมาโดยใช้อุปกรณ์ช่วย ซึ่งก่อนการยิงเลเซอร์นั้น ก็ต้องมีการทายาชากันก่อน เพื่อไม่ให้เกิดอาการแสบที่มาจากพลังงานความร้อน

วิธีรักษาหลุมสิว เลเซอร์หลุมสิวแบบไดโอด

2. เลเซอร์หลุมสิวแบบไดโอด

สำหรับเลเซอร์ไดโอด มันคือการยิงเพื่อยับยั้งการทำงานของต่อมไขมัน และช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง ช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน ไดโอดจึงเหมาะกับการรักษาสิวอักเสบเป็นอย่างมาก โดยเลเซอร์ที่เป็นที่นิยมของประเภทไดโอดก็คือ สมูทบีม ซึ่งต่อมาก็ได้ถูกพัฒนาให้มีระบบที่สามารถป้องกันความเย็นที่ผิวหนังได้ ที่เรียกว่า DCD ซึ่งก็สามารถช่วยลดการเกิดรอยดำรอยแดงได้ เหมาะกับคนที่ไม่ชอบกดสิว

วิธีรักษาหลุมสิว รักษาหลุมสิวแบบ IPL

3. รักษาหลุมสิวแบบ IPL

การยิงเลเซอร์ประเภทนี้ คือการยิงเลเซอร์ที่ช่วยในการฆ่าแบคทีเรียได้ ช่วยลดการอักเสบ และหยุดการทำงานของต่อมไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งหลังจากการยิงเลเซอร์ IPL แล้ว สิ่งแรกที่ได้เลยคือ ใบหน้าที่ไม่มีความมัน หรือมันน้อยมาก และยังช่วยลดอาการอักเสบ และลดรอยสิวให้จางลงได้

กดสิวยังไง ให้สะใจและถูกวิธี

แก้ หลุมสิว

กดสิว เป็นที่รู้กันว่าหากต้องการรักษาสิว การ กดสิว เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะการกดสิวโดยไม่มีความชำนาญและไม่มีเครื่องมือที่เหมาะสม มักจะทำให้สิวเกิดการติดเชื้อมากขึ้น หรือ เกิดรอยแผลเป็น หรือ หลุมสิวได้หลังกด สำหรับบางคนอาจจะทนไม่ได้เลย ที่จะปล่อยให้มีสิวอุดตัน หัวดำ หัวขาว อยู่บนใบหน้า (เห็นแล้วคันไม้คันมือ อยากจะเอามือไปกดออกทันที) วันนี้เว็ปไซต์ Patcharapa มีวิธีการดีๆหรับการเอาหัวสิวออกที่ถูกต้อง ปลอดภัยที่สุด มาให้อ่าน จะได้ไม่เสี่ยงกับการติดเชื้อหรือเป็นแผลเป็นลึกจากการบีบสิวที่ผิดวิธีนะจ๊ะ

ที่กดสิว

อุปกรณ์กดสิว หรือ ที่เราๆเรียกกันว่า “ที่กดสิว” เป็นเครื่องมือที่เอาไว้กดหัวสิวอุดตัน ทั้งหัวดำและหัวขาวออก ซึ่งส่วนใหญ่เครื่องมือตัวนี้จะประกอบไปด้วย 1. แท่งแกนกลาง , 2. ห่วงเล็กๆสำหรับกดสิวด้านหนึ่ง , 3. หัวแหลมเอาไว้เจาะสิวหัวขาว อีกด้านหนึ่ง ที่กดสิวถูกออกแบบมาให้เอาหัวสิวออกโดยไม่ทำร้ายชั้นผิวหนัง แต่การจะใช้ที่กดสิวให้ถูกวิธี คุณต้องเตรียมตัวและเครื่องไม้เครื่องมือให้พร้อมซะก่อน เพื่อที่จะได้กดสิวกันอย่างปลอดภัยและมั่นใจว่า การติดเชื่อแบคทีเรียจะไม่ลุกลาม และ จะไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็นใดๆ

1. เตรียมอุปกรณ์กันก่อน

แก้หลุมสิว 1. เตรียมอุปกรณ์กันก่อน

คุณอาจจะคิดว่าการกดสิวไม่ต้องเตรียมอะไรเลย แค่ที่กดสิวก็คงเพียงพอ แต่เพื่อให้ได้ความปลอดภัยและผลลัพธ์สูงสุด ควรเตรียมอุปกรณ์ดังต่อไปนี้

  • ผ้าสะอาด
  • น้ำร้อน
  • ถุงมืออนามัย
  • สำลี หรือ ทิชชู่อนามัย
  • ที่กดสิว

2. เปิดรูขุมขน

แก้ หลุมสิว 2. เปิดรูขุมขน

เปิดรูขุมขนและทำให้ผิวหน้าของคุณอ่อนนุ่มลง > ทำให้การกดนั้นขึ้นมาก . . . การเปิดรูขุมขนทำได้ด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำร้อนๆ โปะไว้ที่ใบหน้าประมาณ 2-3 นาที หรือ การอาบน้ำอุ่นๆ ก็ช่วยได้เช่นกัน

3. ฆ่าเชื้อโรคที่มือหรือสวมถุงมืออนามัย

แก้ หลุมสิว 3. ฆ่าเชื้อโรคที่มือหรือสวมถุงมืออนามัย

เพื่อป้องกันไม่ให้เชื่อแบคทีเรียที่มีอยู่มากมายบนมือคุณไปสัมผัสกับใบหน้า หรือ บริเวณสิว (ซึ่งจะทำให้ปัญหาสิวแย่ลงกว่าเดิม) ควรล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ที่กำจัดแบคทีเรีย (anti bacteria) หรือใส่ทุกมืออนามัย

4. ฆ่าเชื้อที่สิว

แก้ หลุมสิว 4. ฆ่าเชื้อที่สิว

ใช้โทนเนอร์หรือแอลกอฮอล์เช็ดในบริเวณที่มีปัญหาสิว เพื่อทำความสะอาดและกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ก่อนที่จะทำการกดสิว

5. เริ่มกดสิว

แก้ หลุมสิว 5. เริ่มกดสิว

สิวหัวดำ – ใช้ตรงกลางของห่วง วางไปตรงกลางของสิว จากนั้นกดเบาๆ เขย่าซ้าย และ ขวา ไปเรื่อยๆ จนกว่าหัวสิวจะหลุดออกมาจากชั้นผิวหนัง

สิวหัวขาว – ใช้ด้านแหลมเจาะสิวหัวขาวให้แตกก่อน (สิวหัวขาว หรือ สิวหัวปิดนั้น จำเป็นต้องเจาะก่อนเพื่อให้หัวสิวหลุดออกได้ง่าย) จากนั้นทำวิธีเดียวกับสิวหัวดำ – วางห่วงไว้ตรงกลาง – กดเบาๆ – โยกซ้าย ขวาๆ ทำไปจนกว่าหัวสิวจะหลุดออกมาจากผิวหนัง

6. เช็ดเลือดและหนอง (ถ้ามี)

แก้ หลุมสิว 6. เช็ดเลือดและหนอง (ถ้ามี)

ในกรณีที่มี ไขมัน , เลือด , หนอง ไหลออกมาจากผิวหนังหลังจากการกดสิว ใช้สำลีปาดเบาๆ เพื่อซับของเสียที่ไหลออกมา

7. ฆ่าเชื้อในบริเวณที่กด

เพื่อป้องกันการติดเชื้อของแบคทีเรียในบริเวณที่เกิดสิว ใช้โทนเนอร์หรือแอลกอฮอล์เช็ดใบหน้าบริเวณที่เพิ่งกดสิวไป สุดท้ายอย่าลืมทำความสะอาดที่กดสิวก่อนที่จะเก็บเข้าที่

แต่แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในการทำเลเซอร์หลุมสิวแต่ละครั้งก็ต้องใช้จำนวนเงินที่มาก และต้องได้รับการรักษาที่ต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นควรศึกษาก่อนที่จะตัดสินใจอะไรลงไป แต่ถ้างบถึงแล้วอยากมีใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาละก็ ทำเลเซอร์ช่วยได้แน่นอน หากเราไม่อยากให้หลุมสิวมากวนใจบนใบหน้าเวลาที่เป็นสิวก็ไม่ควรแคะ แกะ หรือเกาสิว รวมถึงการขัดและนวดหน้า แต่ควรศึกษา วิธีรักษาหลุมสิว อย่างค่อยเป็นค่อยไปเสียก่อน หลุมสิวก็จะไม่มาปรากฏบนใบหน้าของเราอย่างแน่นอน

อ้างอิง : 

 

เพิ่มความคิดเห็นของคุณลงใน "Patcharapa" เว็บไซต์ของ "วัยรุ่นหน้าใส"